รายงานของ CNN ระบุว่า Northern Sea Route เส้นทางเดินเรือเลียบชายฝั่งอาร์กติกของรัสเซียกำลังกลายเป็นช่องทางสำคัญที่เชื่อมการค้าจีนกับรัสเซีย โดยเฉพาะการขนส่งพลังงานที่อยู่ภายใต้มาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ขณะที่ชาติตะวันตกกังวลว่าการขยายบทบาทของจีนในภูมิภาคอาจมีนัยต่อความมั่นคงในอนาคต

ประเด็นสำคัญ
- CNN ระบุว่า การเดินเรือระหว่างประเทศบน Northern Sea Route หลังรัสเซียบุกยูเครนเต็มรูปแบบ ถูกครอบงำโดยการค้ากับจีนเป็นหลัก
- ข้อมูลการเดินเรือและภาพดาวเทียมที่ CNN ตรวจสอบชี้ว่า เรือบรรทุก LNG ที่ถูกสหรัฐฯ คว่ำบาตรอาจถ่ายโอนสินค้ารัสเซียที่อ่าวแห่งหนึ่งในคาบสมุทร Kamchatka ก่อนเดินทางต่อไปจีน
- บริษัทเดินเรือจีนอย่าง Sea Legend และ New New Shipping กำลังเพิ่มบริการตามฤดูกาลระหว่างจีน รัสเซีย และยุโรป แม้เส้นทางยังมีข้อจำกัดจากน้ำแข็ง ต้นทุนสูง และความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม
- ผู้เชี่ยวชาญตะวันตกเตือนว่าความร่วมมือจีน–รัสเซียในอาร์กติกอาจขยายจากการค้าไปสู่มิติด้านความมั่นคง ขณะที่ Beijing ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว
เส้นทางน้ำแข็งที่มอสโกควบคุม
Northern Sea Route (NSR) เป็นเส้นทางยาวราว 3,500 ไมล์ตามแนวชายฝั่งอาร์กติกของรัสเซีย เส้นทางส่วนใหญ่ถูกปกคลุมด้วยน้ำแข็งตลอดปี และมีช่วงที่เรือสามารถเดินทางได้โดยไม่ต้องใช้เรือตัดน้ำแข็งเพียงระยะสั้น ๆ ในฤดูร้อน การเดินเรือต้องขึ้นทะเบียนกับหน่วยงานภายใต้ Rosatom ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัสเซียที่ดูแลเส้นทางดังกล่าว
CNN รายงานว่า ประธานาธิบดี Vladimir Putin มอง NSR เป็นเส้นเลือดใหญ่ด้านการค้าและเป็นแรงขับเคลื่อนการลงทุนในท่าเรือ รวมถึงแหล่งน้ำมันและก๊าซของรัสเซีย ส่วนประธานาธิบดี Xi Jinping ของจีนเคยเสนอแนวคิด “polar silk road” ในปี 2018 เพื่อขยายความเชื่อมโยงของโครงการ Belt and Road Initiative ไปยังอาร์กติก
จีนกลายเป็นคู่ค้าหลักของรัสเซียบน NSR
การวิเคราะห์ข้อมูลการเดินเรือของ Centre for High North Logistics (CHNL) ในนอร์เวย์โดย CNN พบว่า นับตั้งแต่รัสเซียเริ่มการรุกรานยูเครนเต็มรูปแบบ การขนส่งผ่าน NSR ระหว่างประเทศส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับจีน การค้าดังกล่าวช่วยพยุงเศรษฐกิจสงครามของรัสเซีย และช่วยเสริมความมั่นคงด้านพลังงานของจีน
CNN ระบุว่า การค้าบนเส้นทางนี้ยังมีขนาดเล็กเมื่อเทียบกับเส้นทางหลักอย่างคลองสุเอซ และสินค้าส่วนใหญ่เป็นน้ำมันและก๊าซของรัสเซีย โดยจีนเป็นปลายทางสำคัญ
ข้อมูลของ CNN ยังระบุว่า เรือบรรทุกน้ำมัน 8 ลำที่เดินทางผ่าน NSR ครบเส้นทางและมุ่งหน้าไปจีนโดยตรงในปีที่แล้ว ล้วนเป็นเรือที่สหรัฐฯ ขึ้นบัญชีดำจากการขนส่งสินค้าที่ถูกคว่ำบาตร อย่างไรก็ตาม ข้อสรุปดังกล่าวเป็นการวิเคราะห์ของ CNN จากข้อมูลระบุทะเบียนเรือของ CHNL ไม่ใช่การยืนยันโดยหน่วยงานบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตร
ข้อกล่าวหาเรื่องการถ่ายโอน LNG ที่ถูกคว่ำบาตร
กรณีที่ CNN ตรวจสอบเป็นพิเศษเกี่ยวข้องกับเรือ Christophe de Margerie ซึ่งออกเดินทางช่วงปลายเดือนพฤษภาคมจากท่าเรือที่เชื่อมโยงกับโครงการ Arctic LNG-2 ของรัสเซีย ซึ่งอยู่ภายใต้มาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ เรือดังกล่าวเดินทางผ่านน่านน้ำอาร์กติกและทะเล Bering โดยมีเรือตัดน้ำแข็งนำทางเกือบตลอดเส้นทาง ก่อนสิ้นสุดการเดินทางที่คาบสมุทร Kamchatka หลังใช้เวลาราว 2 สัปดาห์
CNN ระบุว่า ภาพดาวเทียมและข้อมูลจาก MarineTraffic แสดงให้เห็นว่าเรือ Christophe de Margerie จอดชิดกับหน่วยเก็บก๊าซลอยน้ำในอ่าวแห่งหนึ่ง ซึ่งมีรูปแบบสอดคล้องกับการถ่ายโอนสินค้าระหว่างเรือ ต่อมาเรือ Arctic Mulan ซึ่งถูกสหรัฐฯ คว่ำบาตรเช่นกัน เดินทางมาถึงพื้นที่ดังกล่าว และมีช่วงหนึ่งปิดอุปกรณ์ส่งสัญญาณประมาณ 1 วัน
จากนั้น Arctic Mulan เดินทางไปยังท่าเรือ Beihai ของจีน โดย CNN ประเมินจากภาพดาวเทียมว่าเรืออาจนำสินค้ารัสเซียไปส่งที่ท่าเรือทางตอนใต้ของจีน ซึ่ง Charles Costerousse นักวิเคราะห์ LNG อาวุโสของ Kpler ระบุว่า พื้นที่ดังกล่าวถูกกันไว้สำหรับรับ LNG รัสเซียที่ถูกคว่ำบาตรตั้งแต่เดือนกันยายนปีที่แล้ว CNN รายงานว่าการถ่ายโอนลักษณะเดียวกันเกิดขึ้นอีกครั้งในเดือนกรกฎาคม
ข้อมูลส่วนนี้เป็นข้อสังเกตและการประเมินจาก CNN ภาพดาวเทียม และข้อมูลการเดินเรือ ไม่ใช่ข้อยุติทางกฎหมายว่าเรือหรือบริษัทใดละเมิดมาตรการคว่ำบาตร
บริการเรือจีนขยายตัว แม้เส้นทางยังเปราะบาง
CNN รายงานว่า Sea Legend บริษัทที่จดทะเบียนในสิงคโปร์และบริหารโดยชาวจีน มีกำหนดเปิดบริการเรือคอนเทนเนอร์ตามฤดูกาลระหว่างจีนกับยุโรปในช่วงสุดสัปดาห์ที่มีการเผยแพร่รายงาน โดยโฆษณาระยะเวลาเดินทาง 20 วัน หรือประมาณครึ่งหนึ่งของเส้นทางผ่านคลองสุเอซ บริการดังกล่าวมีเป้าหมายขนส่งรถยนต์ไฟฟ้าและไฮบริด แบตเตอรี่ลิเธียม และผลิตภัณฑ์พลังงานแสงอาทิตย์
New New Shipping ซึ่งเริ่มดำเนินงานบนเส้นทางนี้หลังการรุกรานยูเครนในปี 2022 เปิดเส้นทางใหม่จาก Tianjin ของจีนไปยัง Murmansk ท่าเรืออาร์กติกที่ใหญ่ที่สุดของรัสเซียเมื่อเดือนที่แล้ว นอกเหนือจากบริการเดิมที่ขนส่งสินค้าภาคอุตสาหกรรมของจีนไปยังรัสเซีย และวัตถุดิบรัสเซียกลับไปจีน
ตามตารางที่ China Shipowners’ Association เผยแพร่ บริษัทเดินเรือจีนอย่างน้อย 6 แห่งคาดว่าจะเดินเรือมากกว่า 50 เที่ยวในฤดูกาลนี้ ทั้งเรือคอนเทนเนอร์ เรือขนส่งสินค้าเทกอง และเรืออเนกประสงค์ โดยเที่ยวเดินเรือส่วนใหญ่เป็นการค้าระหว่างจีนกับรัสเซีย
อาร์กติกกำลังกลายเป็นพื้นที่แข่งขันเชิงยุทธศาสตร์
นักวิเคราะห์ที่ CNN สัมภาษณ์มองว่า การที่จีนเข้ามามีบทบาทช่วยรัสเซียพัฒนา NSR เปิด “หน้าต่างโอกาส” ให้ Beijing เพิ่มอิทธิพลในอาร์กติก ขณะเดียวกันการมีส่วนร่วมในโครงการ Arctic LNG-2 และ Yamal LNG อาจทำให้บริษัทจีนได้รับความรู้ด้านเทคโนโลยีและการดำเนินงานในสภาพแวดล้อมขั้วโลก
ชาติตะวันตกแสดงความกังวลต่อแนวโน้มดังกล่าว Kaja Kallas หัวหน้าฝ่ายนโยบายต่างประเทศของสหภาพยุโรปเตือนว่า จีนอาจนำเส้นทางและห่วงโซ่อุปทานในอาร์กติกไปใช้เป็นเครื่องมือทางยุทธศาสตร์ ขณะที่ Mark Rutte เลขาธิการ NATO กล่าวในเดือนกรกฎาคมว่า พันธมิตรจำเป็นต้องประสานงานรับมือความเสี่ยงที่รัสเซียและจีนจะเข้าถึงอาร์กติกมากขึ้น
ผู้สังเกตการณ์ตะวันตกยังอ้างถึงการซ้อมรบร่วมของเครื่องบินทิ้งระเบิดจีน–รัสเซียใกล้ Alaska และปฏิบัติการร่วมของหน่วยยามฝั่งในน่านน้ำอาร์กติกเมื่อปี 2024 รวมถึงภารกิจวิจัยขั้วโลกของจีน ซึ่งบางภารกิจในปีก่อนมีการส่งยานดำน้ำลงไปใต้แผ่นน้ำแข็ง โดยมองว่าอาจให้ข้อมูลที่มีประโยชน์ต่อกองทัพจีน
Beijing ปฏิเสธข้อกล่าวหาว่ากิจกรรมของจีนมีเป้าหมายทางทหาร และระบุว่ากิจกรรมเหล่านี้มุ่งส่งเสริมสันติภาพ เสถียรภาพ และการพัฒนาที่ยั่งยืนตามกฎหมายระหว่างประเทศ จีนยังยืนยันสิทธิในการค้ากับรัสเซียและปฏิเสธมาตรการคว่ำบาตรฝ่ายเดียว
ความเร็วที่แลกมากับต้นทุนและความเสี่ยง
แม้ Sea Legend ตั้งเป้าให้ NSR เดินเรือได้ตลอดทั้งปีภายในทศวรรษหน้า แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าเส้นทางยังมีข้อจำกัดด้านความแน่นอนของเวลาเดินทาง สภาพน้ำแข็งที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว และความเสี่ยงที่เรืออาจติดน้ำแข็งจนต้องขอความช่วยเหลือ แม้ในฤดูร้อน
Kjell Stokvik กรรมการผู้จัดการ CHNL ระบุว่า ความไม่แน่นอนเป็นประเด็นสำคัญสำหรับการเปิดเส้นทางเดินเรือประจำ ขณะที่ความเสี่ยงจากน้ำมันรั่วและเหตุฉุกเฉินในสภาพอากาศอาร์กติก รวมถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากจำนวนเรือที่เพิ่มขึ้น ทำให้บริษัทโลจิสติกส์ระหว่างประเทศหลายแห่งลงนามในคำมั่นว่าจะหลีกเลี่ยงเส้นทางนี้
เกาหลีใต้ก็เตรียมทดสอบการเดินเรือจาก Busan ไปยุโรปผ่าน NSR ในวันที่ 22 สิงหาคม หลังประธานาธิบดี Lee Jae Myung ระบุว่าประเทศต้องการมีบทบาทนำในการเปิดยุคของ Northern Sea Route ขณะที่การละลายของน้ำแข็งในระยะยาวอาจยืดฤดูกาลเดินเรือและเปิดเส้นทางใหม่ เช่น เส้นทางข้ามขั้วโลกที่ไม่ต้องผ่านชายฝั่งรัสเซีย
ดังนั้น NSR อาจเป็นทั้งทางเลือกด้านโลจิสติกส์และเวทีแข่งขันอำนาจในอนาคต แต่ในปัจจุบันยังต้องเผชิญข้อจำกัดด้านสภาพอากาศ กฎระเบียบ ต้นทุน ความปลอดภัย และแรงกดดันจากมาตรการคว่ำบาตร
สิ่งที่ควรรู้
ผู้อ่านข่าวต่างประเทศ ผู้ติดตามภูมิรัฐศาสตร์ พลังงาน การขนส่งทางทะเล และการแข่งขันของมหาอำนาจในอาร์กติก
แหล่งข้อมูล
- CNN — แหล่งข้อมูลต้นทาง


