WSJ รายงานอิหร่านเตรียมยุทธศาสตร์ขยายสงครามสู่ทั่วภูมิภาค หลังผู้นำสูงสุดถูกสังหาร

The Wall Street Journal รายงานว่า ผู้นำอิหร่านวางแผนตอบโต้สหรัฐฯ และอิสราเอลด้วยการขยายเป้าหมายไปยังฐานทัพสหรัฐฯ รัฐอ่าวอาหรับ โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน และเส้นทางเดินเรือสำคัญ อย่างไรก็ตาม รายละเอียดสำคัญเกี่ยวกับสงครามในปี 2026 และความเสียหายจากการโจมตียังไม่สามารถตรวจสอบยืนยันโดยอิสระได้ในขณะนี้

WSJ รายงานอิหร่านเตรียมยุทธศาสตร์ขยายสงครามสู่ทั่วภูมิภาค หลังผู้นำสูงสุดถูกสังหาร
ภาพประกอบข่าว · SkyFoxNews

ประเด็นสำคัญ

  • บทความของ The Wall Street Journal ฉบับสุดสัปดาห์วันที่ 7–8 มีนาคม 2026 ระบุว่าอิหร่านเปลี่ยนจากการตอบโต้แบบจำกัดไปสู่ยุทธศาสตร์ขยายความขัดแย้งระดับภูมิภาค
  • รายงานระบุว่าแนวคิด “mosaic defense” หรือการป้องกันแบบกระจายศูนย์ มีเป้าหมายให้กองกำลังท้องถิ่นเดินหน้าปฏิบัติการได้แม้ผู้นำระดับสูงหรือศูนย์บัญชาการส่วนกลางถูกโจมตี
  • บทความกล่าวอ้างว่า Ali Khamenei ผู้นำสูงสุดของอิหร่านเสียชีวิตจากการโจมตีระยะแรกของสงครามปี 2026 แต่ข้อกล่าวหานี้ยังต้องการการยืนยันจากแหล่งข่าวอิสระหลายแห่ง
  • WSJ รายงานว่า UAE ถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนประมาณ 1,200 ลูกภายในวันพฤหัสบดีก่อนเผยแพร่บทความ โดยไม่ได้มีการยืนยันตัวเลขดังกล่าวอย่างเป็นอิสระในข้อมูลที่ได้รับ
  • นักวิเคราะห์ที่อ้างในรายงานเตือนว่า ยุทธศาสตร์ดังกล่าวอาจเพิ่มแรงกดดันต่อ Washington แต่ก็เสี่ยงทำให้ประเทศอ่าวอาหรับรวมตัวต่อต้าน Tehran และนำไปสู่สงครามที่กว้างขึ้น

WSJ ชี้อิหร่านเตรียมขยายขอบเขตการตอบโต้

The Wall Street Journal เผยแพร่บทความชื่อ “Iran’s Risky Strategy for Regional War” โดย Laurence Norman และ Sune Engel Rasmussen ในฉบับสุดสัปดาห์วันที่ 7–8 มีนาคม 2026 รายงานระบุว่า ผู้นำอิหร่านได้ทบทวนแนวทางการตอบโต้ หลังสงครามกับอิสราเอลที่บทความระบุว่าเกิดขึ้นเป็นเวลา 12 วันในเดือนมิถุนายน 2025

ตามรายงาน ผู้นำอิหร่านมองว่าการตอบโต้ก่อนหน้านี้ซึ่งจำกัดเป้าหมายและพยายามรักษาสัดส่วนกับการโจมตี ทำให้ประเทศอ่อนแอและเปิดช่องให้ถูกโจมตีมากขึ้น จึงเตรียมแนวทางใหม่ที่มุ่งสร้างต้นทุนทางเศรษฐกิจและการเมืองให้กับสหรัฐฯ และประเทศที่สนับสนุนการปฏิบัติการของ Washington

เป้าหมายที่ถูกกล่าวถึงครอบคลุมฐานทัพ พลังงาน และการเดินเรือ

WSJ ระบุว่าแผนดังกล่าวไม่ได้จำกัดการโจมตีไว้ที่อิสราเอล แต่รวมถึงฐานทัพสหรัฐฯ ประเทศอาหรับริมอ่าว ท่าเรือ โรงงานพลังงาน ศูนย์ข้อมูล สถานที่ทางการทูต และพื้นที่เศรษฐกิจอื่น ๆ ของภูมิภาค

บทความยังกล่าวถึงการโจมตีหรือการข่มขู่ต่อโครงสร้างพื้นฐานน้ำมันและก๊าซใน UAE กาตาร์ และซาอุดีอาระเบีย รวมถึงเรือที่พยายามผ่านช่องแคบ Hormuz ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญ อย่างไรก็ตาม ขอบเขตและรายละเอียดของเหตุการณ์แต่ละจุดยังควรตรวจสอบจากรายงานภาคสนาม แถลงการณ์ทางการ และแหล่งข่าวอิสระเป็นรายกรณี

“Mosaic defense” กับโครงสร้างบัญชาการแบบกระจายศูนย์

รายงานอธิบายแนวคิดที่เรียกว่า “mosaic defense” ว่าเป็นระบบบัญชาการแบบกระจายศูนย์ของอิหร่าน ซึ่งออกแบบมาให้การสู้รบดำเนินต่อได้แม้ผู้นำระดับสูงหรือศูนย์บัญชาการกลางถูกทำลาย

WSJ ระบุว่ามีศูนย์บัญชาการของ Islamic Revolutionary Guard Corps หรือ IRGC จำนวน 31 แห่ง และผู้บัญชาการท้องถิ่นได้รับอำนาจให้ปฏิบัติการต่อเมื่อขาดการติดต่อกับผู้นำระดับชาติ นอกจากนี้ Basij ซึ่งฝังตัวอยู่ในเมืองและชุมชนต่าง ๆ ถูกระบุว่าเป็นกลไกสนับสนุนการต่อต้านและควบคุมความไม่สงบภายในประเทศ

อย่างไรก็ดี การนับจำนวนศูนย์บัญชาการในข้อความต้นทางยังมีความไม่ชัดเจน เพราะระบุว่าเป็นหนึ่งแห่งสำหรับ Tehran และอีกหนึ่งแห่งสำหรับแต่ละจังหวัด ขณะที่อิหร่านมี 31 จังหวัด จึงควรหลีกเลี่ยงการตีความเกินกว่ารายละเอียดที่รายงานไว้

ข้อกล่าวหาเรื่องการเสียชีวิตของ Ali Khamenei ยังต้องยืนยัน

หนึ่งในข้อกล่าวหาที่มีนัยสำคัญที่สุดในบทความคือ Ali Khamenei ผู้นำสูงสุดของอิหร่านถูกสังหารในการโจมตีระยะแรกของสงครามปี 2026 และการเสียชีวิตดังกล่าวทำให้ยุทธศาสตร์การบัญชาการแบบกระจายศูนย์มีความสำคัญมากขึ้น

ข้อมูลที่ได้รับจากต้นทางยังไม่มีการยืนยันข้อกล่าวหานี้จากหลายแหล่งข่าวอิสระ จึงควรถือเป็นรายงานหรือข้อกล่าวอ้างที่ The Wall Street Journal นำเสนอ ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ได้รับการยืนยันโดยอิสระ เช่นเดียวกับการอ้างว่าอิหร่านยังยิงขีปนาวุธและโดรนต่อเนื่องครอบคลุมพื้นที่ราว 2,000 ไมล์

ตัวเลข 1,200 ลูกใน UAE และความเสี่ยงต่อภูมิภาค

The Wall Street Journal รายงานว่า UAE ถูกอิหร่านโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนประมาณ 1,200 ลูกภายในวันพฤหัสบดีก่อนบทความเผยแพร่ ตัวเลขนี้เป็นการประมาณการตามรายงาน และข้อมูลที่ได้รับไม่ได้ระบุวิธีคำนวณ แหล่งที่มาหลัก หรือการยืนยันจากหน่วยงานอิสระ

บทความยังระบุว่าการโจมตีขยายไปยังประเทศอ่าวทุกประเทศ รวมถึงสถานที่ทางการทูต โรงแรมหรู ศูนย์ข้อมูล ท่าเรือ และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ข้อกล่าวอ้างที่ครอบคลุมหลายประเทศและหลายประเภทเป้าหมายเช่นนี้จำเป็นต้องตรวจสอบเป็นรายเหตุการณ์ เนื่องจากข้อมูลจากความขัดแย้งที่กำลังดำเนินอยู่มีความเสี่ยงต่อการคลาดเคลื่อน การกล่าวเกินจริง และการเผยแพร่ข้อมูลจากฝ่ายที่มีส่วนได้เสีย

นักวิเคราะห์เตือนยุทธศาสตร์อาจย้อนกลับทำร้าย Tehran

ตามรายงาน ผู้นำอิหร่านประเมินว่าการคุกคามแหล่งพลังงานและการค้าโลกอาจทำให้สงครามมีต้นทุนทางการเมืองและเศรษฐกิจสูงจน President Donald Trump ต้องจำกัดหรือยุติการรณรงค์ทางทหาร

แต่นักวิเคราะห์ที่ WSJ อ้างเตือนว่า ผลลัพธ์อาจตรงกันข้าม ยุทธศาสตร์ดังกล่าวอาจทำให้ประเทศอ่าวอาหรับรวมตัวต่อต้าน Tehran กระตุ้นมาตรการคว่ำบาตรเพิ่มเติม ดึงประเทศอื่นเข้าสู่ความขัดแย้ง และสร้างแรงจูงใจให้สหรัฐฯ กับพันธมิตรเดินหน้าปฏิบัติการต่อไป

แก่นสำคัญของการวิเคราะห์คือ ระบบบัญชาการแบบกระจายศูนย์อาจช่วยให้รัฐบาลอิหร่านรับมือกับการสูญเสียผู้นำได้ แต่การขยายสงครามไปทั่วภูมิภาคก็อาจสร้างความเสียหายรุนแรงจนกระทบต่อความอยู่รอดของรัฐบาลเอง

สิ่งที่ควรรู้

ผู้อ่านที่ติดตามสถานการณ์ตะวันออกกลาง ความมั่นคงระหว่างประเทศ ตลาดพลังงาน และความเสี่ยงจากความขัดแย้งบริเวณช่องแคบ Hormuz

แหล่งข้อมูล

  • The Wall Street Journal — แหล่งข้อมูลต้นทาง
  • www.wsj.com — แหล่งตรวจสอบเพิ่มเติม
  • apnews.com — แหล่งตรวจสอบเพิ่มเติม
  • www.rferl.org — แหล่งตรวจสอบเพิ่มเติม

Leave a Reply