BBC รายงานว่า ความต้องการนำสายไฟ ศูนย์ข้อมูล และระบบสื่อสารลงใต้ดินกำลังเพิ่มขึ้นในบางพื้นที่ โดยเฉพาะประเทศใกล้รัสเซีย หลังสงครามในยูเครนสะท้อนความเปราะบางของโครงสร้างพื้นฐานที่อยู่บนพื้นดิน ขณะเดียวกัน เทคโนโลยีขุดอุโมงค์แบบใหม่อาจช่วยลดเวลาและต้นทุนในอนาคต แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่ายังไม่ใช่คำตอบสำหรับทุกโครงการ

ประเด็นสำคัญ
- EarthGrid ทดสอบเครื่องเจาะอุโมงค์ที่ใช้พลาสมาความร้อนสูงถึง 27,000 องศาเซลเซียส และเจาะหินแกรนิตได้ 3 เมตรในการทดสอบเดือนมกราคม
- บริษัทวิศวกรรมระบุว่า ลูกค้าสนใจนำสายไฟเบอร์ออปติก สายไฟ ท่อส่งน้ำ และโครงสร้างพื้นฐานอื่นลงใต้ดินมากขึ้น
- Trentino DataMine ในอิตาลีติดตั้งศูนย์ข้อมูลลึกลงไป 100 เมตรในเทือกเขา Dolomite เพื่อใช้ประโยชน์จากความเย็นตามธรรมชาติและการป้องกันของชั้นหิน
- การฝังสายเคเบิลใต้น้ำลึกถึง 3 เมตรในพื้นที่เสี่ยง อาจช่วยลดความเสียหายจากสมอเรือได้ตามข้อมูลของ TeleGeography
- การก่อสร้างใต้ดินมีต้นทุนสูงกว่าระบบเหนือพื้นดินหลายเท่า และยังมีความเสี่ยงด้านก๊าซ น้ำท่วม และความซับซ้อนทางวิศวกรรม
สงครามยูเครนเร่งคำถามเรื่องความอยู่รอดของระบบสำคัญ
ตามรายงานของ BBC บริษัทด้านวิศวกรรมและการขุดอุโมงค์พบความสนใจเพิ่มขึ้นในการนำโครงสร้างพื้นฐานสำคัญลงใต้ดิน หลังสงครามรัสเซีย-ยูเครนแสดงให้เห็นว่าโรงไฟฟ้า สถานีไฟฟ้า ระบบสื่อสาร และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นที่อยู่เหนือพื้นดินอาจตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีด้วยโดรนได้ง่ายกว่า
Robbie McGoran หัวหน้าฝ่ายพัฒนาธุรกิจของ Joseph Gallagher บริษัทวิศวกรรมโยธาและอุโมงค์ กล่าวกับ BBC ว่าประเทศที่มีพรมแดนติดกับรัสเซียกำลังสอบถามเรื่องการนำโครงสร้างพื้นฐานลงใต้ดินมากขึ้น อย่างไรก็ตาม รายงานไม่ได้ระบุรายชื่อประเทศหรือมูลค่าความต้องการดังกล่าวอย่างละเอียด
เครื่องเจาะที่ใช้พลาสมาอาจเปลี่ยนความเร็วการสร้างอุโมงค์
EarthGrid บริษัทจากสหรัฐฯ กำลังพัฒนาเครื่องเจาะอุโมงค์ที่ใช้หัวพ่นพลาสมา 3 จุด ซึ่งให้ความร้อนสูงถึง 27,000 องศาเซลเซียสในการทำให้หินแตกและหลอมละลาย บริษัททดสอบเครื่องดังกล่าวในเหมืองหินแกรนิตที่รัฐแคลิฟอร์เนียเมื่อเดือนมกราคม และระบุว่าสามารถเจาะหินได้ 3 เมตร
Troy Helming ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร EarthGrid บอกกับ BBC ว่า เครื่องจักรสร้างกระแสน้ำวนเพื่อดูดเศษวัสดุออกจากอุโมงค์ ซึ่งบางช่วงมีลักษณะคล้ายลาวา บริษัทมีแผนปรับระบบควบคุมทิศทาง หลังเครื่องเจาะเบี่ยงขึ้นด้านบนของอุโมงค์เล็กน้อยในการทดสอบ และหวังว่าจะนำเทคโนโลยีไปใช้งานเชิงพาณิชย์ได้เร็วที่สุดในปีหน้า ทั้งนี้ กำหนดการดังกล่าวเป็นเป้าหมายของบริษัท ไม่ใช่การยืนยันว่าจะเกิดขึ้นแน่นอน
ศูนย์ข้อมูลใต้ภูเขาใช้ความเย็นและชั้นหินเป็นเกราะป้องกัน
แนวคิดนำเทคโนโลยีลงใต้ดินไม่ได้จำกัดอยู่ที่สายไฟหรือระบบสื่อสาร BBC ยกตัวอย่าง Trentino DataMine ศูนย์ข้อมูลในอิตาลีที่ติดตั้งอยู่ในโพรงใต้เทือกเขา Dolomite ลึกประมาณ 100 เมตร พื้นที่ดังกล่าวเคยใช้เก็บสปาร์กลิงไวน์ แอปเปิล และชีสมาก่อน
Dennis Bonn ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Trentino DataMine ระบุว่า มวลหิน Dolomite ปริมาตร 90 ล้านลูกบาศก์เมตรช่วยป้องกันการบุกรุกทางกายภาพ การรบกวนทางแม่เหล็กไฟฟ้า เหตุการณ์แผ่นดินไหว และความเสี่ยงทางอุทกธรณีวิทยา อีกทั้งอุณหภูมิตามธรรมชาติยังอาจช่วยลดพลังงานที่ต้องใช้ในการระบายความร้อนเซิร์ฟเวอร์ อย่างไรก็ตาม รายงานไม่ได้เปิดเผยมาตรฐานความปลอดภัยหรือประสิทธิภาพของศูนย์ข้อมูลแห่งนี้ในรายละเอียดเชิงเทคนิค
สายเคเบิลใต้น้ำถูกฝังลึกขึ้นเพื่อลดความเสียหาย
โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอีกส่วนที่อยู่ใต้พื้นผิวคือสายเคเบิลใต้น้ำ ซึ่งทอดยาวหลายพันกิโลเมตรใต้มหาสมุทรและอาจได้รับความเสียหายจากสมอเรือ
Lane Burdette นักวิเคราะห์อาวุโสของ TeleGeography บริษัทวิจัยตลาดโทรคมนาคม กล่าวว่า สายเคเบิลใต้น้ำถูกฝังลึกถึง 3 เมตรมากขึ้น และในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง บางเส้นทางอาจถูกฝังตลอดแนว เธอระบุว่ามีหลักฐานว่าความขัดข้องต่อระยะทางของสายเคเบิลที่ติดตั้งลดลงเมื่อการฝังสายกลายเป็นแนวทางที่ใช้กันแพร่หลายมากขึ้น
ต้นทุนสูงทำให้การลงใต้ดินต้องเลือกเฉพาะจุด
แม้การอยู่ใต้ดินช่วยลดการเปิดเผยต่อการโจมตีและสภาพแวดล้อมบางประเภท แต่การขุดอุโมงค์ยังมีต้นทุนสูงและใช้เวลามาก Mark Neller ผู้นำด้านพลังงานประจำภูมิภาคยุโรป อินเดีย ตะวันออกกลาง และแอฟริกาของ Arup กล่าวว่า การขุดอุโมงค์อาจมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าการวางสายไฟเหนือพื้นดินหลายเท่า
ตัวอย่างในสหราชอาณาจักรคือโครงการ London Power Tunnels มูลค่า 1,000 ล้านปอนด์ ซึ่งสร้างอุโมงค์ยาว 18 ไมล์ หรือ 29 กิโลเมตรใต้กรุงลอนดอนเพื่อรองรับสายไฟฟ้าขนาดใหญ่ Neller กล่าวว่าโครงการเหมาะกับเมืองที่มีพื้นที่จำกัด แต่ในพื้นที่อื่น การเพิ่มวงจรไฟฟ้าและออกแบบระบบให้มีความซ้ำซ้อนอาจคุ้มค่ากว่า
ความเสี่ยงอื่นยังรวมถึงก๊าซอันตรายที่อาจถูกปล่อยออกมาจากชั้นดิน ปัญหาน้ำท่วม และข้อจำกัดในการก่อสร้าง ผู้เชี่ยวชาญที่ BBC สัมภาษณ์จึงเสนอว่า ควรประเมินเป็นรายกรณี โดยให้ความสำคัญกับสิ่งอำนวยความสะดวกที่หากถูกโจมตีแล้วจะซ่อมแซมหรือทดแทนได้ยาก เช่น โรงงานผลิตชิป มากกว่าพยายามนำทุกอย่างลงใต้ดิน
สิ่งที่ควรรู้
ผู้อ่านข่าวโลก ผู้สนใจเทคโนโลยีโครงสร้างพื้นฐาน ความมั่นคงทางไซเบอร์และพลังงาน รวมถึงผู้ติดตามผลกระทบจากสงครามยูเครนต่อระบบสาธารณูปโภค
แหล่งข้อมูล
- BBC — แหล่งข้อมูลต้นทาง



