วัคซีนป้องกันโรค Lyme ในคนอาจกลับมาอีกครั้ง นักวิทยาศาสตร์กำลังพัฒนาอะไรอยู่

โรค Lyme ซึ่งแพร่ผ่านเห็บกำลังเป็นประเด็นด้านสาธารณสุขมากขึ้นในสหรัฐฯ และยุโรป ขณะเดียวกันวัคซีนสำหรับมนุษย์ที่เคยถูกยกเลิกไปกำลังมีความเป็นไปได้ว่าจะมีทางเลือกใหม่ รวมถึงยาฉีดแอนติบอดีและยาที่ออกฤทธิ์ต่อเห็บโดยตรง แต่ทั้งหมดนี้ยังอยู่ระหว่างการวิจัยและการประเมินความปลอดภัย

วัคซีนป้องกันโรค Lyme ในคนอาจกลับมาอีกครั้ง นักวิทยาศาสตร์กำลังพัฒนาอะไรอยู่
ภาพประกอบข่าว · SkyFoxNews

ประเด็นสำคัญ

  • ปัจจุบันสหรัฐฯ ยังไม่มีวัคซีนป้องกันโรค Lyme สำหรับคนที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ทั่วไป ตามข้อมูลในแหล่งข่าว
  • วัคซีนผู้สมัครของ Pfizer และ Valneva แสดงประสิทธิผลมากกว่า 70% ในการทดลองระยะที่ 3 แต่ผลยังไม่ชัดเจนเท่าที่นักวิจัยคาด เนื่องจากจำนวนผู้ติดเชื้อในการทดลองต่ำกว่าที่คาดไว้
  • วัคซีนกลุ่ม OspA ทำงานโดยสร้างแอนติบอดีที่เข้าไปจับแบคทีเรียขณะยังอยู่ในตัวเห็บ ก่อนที่เชื้อจะถูกส่งต่อเข้าสู่คน
  • แนวทางอื่นกำลังพัฒนา ได้แก่ การฉีดแอนติบอดีสำเร็จรูปและยารับประทานที่มุ่งฆ่าเห็บก่อนเห็บจะแพร่เชื้อ
  • ระหว่างรอความคืบหน้า การหลีกเลี่ยงบริเวณหญ้าสูง สวมเสื้อผ้าปกปิด ตรวจร่างกาย และอาบน้ำหลังกลับจากพื้นที่เสี่ยงยังเป็นวิธีป้องกันที่สำคัญ

โรค Lyme คืออะไร และทำไมความเสี่ยงจึงถูกจับตามอง

โรค Lyme เป็นการติดเชื้อแบคทีเรียบางชนิดในกลุ่ม Borrelia โดยมีเห็บเป็นพาหะ อาการระยะแรกอาจคล้ายไข้หวัด เช่น หนาวสั่น ปวดเมื่อย และบางคนมีผื่นเป็นวงคล้ายเป้ายิง หากไม่ได้รับการประเมินและรักษาอย่างเหมาะสม การติดเชื้ออาจสัมพันธ์กับอาการที่เกิดขึ้นภายหลัง เช่น อ่อนเพลีย ปวดเมื่อย หรือปัญหาทางระบบประสาท

แหล่งข่าวอ้างประมาณการว่าในสหรัฐฯ มีผู้ได้รับการวินิจฉัยโรค Lyme ราว 476,000 รายต่อปี อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้เป็นการประมาณการ ไม่ใช่การนับผู้ป่วยยืนยันแบบตรงไปตรงมาทั้งหมด และสถานการณ์ในแต่ละประเทศแตกต่างกัน โรค Lyme ไม่ได้พบในทุกพื้นที่ที่มีเห็บ โดยชนิดของเห็บ สัตว์เจ้าบ้าน และเชื้อที่อยู่ในพื้นที่ล้วนมีผลต่อความเสี่ยง

ทำไมวัคซีนโรค Lyme ในคนจึงพัฒนาได้ยาก

การทดสอบวัคซีนในมนุษย์มีความซับซ้อนกว่าการทดลองในสัตว์ เพราะนักวิจัยไม่สามารถทำให้ผู้เข้าร่วมถูกเห็บติดเชื้อโดยเจตนาได้อย่างปลอดภัย จึงต้องติดตามคนจำนวนมากเป็นเวลานานเพื่อให้เกิดเหตุการณ์ติดเชื้อมากพอสำหรับประเมินประสิทธิผล

ข้อจำกัดนี้ทำให้ผลการทดลองอาจตีความได้ยาก โดยเฉพาะเมื่อจำนวนผู้ติดเชื้อจริงต่ำกว่าที่คาด ซึ่งอาจทำให้ค่าประสิทธิผลมีความไม่แน่นอนมากขึ้น แม้จะเป็นสัญญาณเบื้องต้นที่น่าสนใจก็ตาม

บทเรียนจาก LYMErix วัคซีนที่เคยมีในสหรัฐฯ

สหรัฐฯ เคยมีวัคซีนโรค Lyme สำหรับคนชื่อ LYMErix และได้รับอนุญาตในปี 1998 การทดลองที่มีผู้เข้าร่วมมากกว่า 10,000 คนรายงานประสิทธิผลประมาณ 76% ในการป้องกันโรค แต่ความต้องการใช้วัคซีนอยู่ในระดับต่ำ ท่ามกลางรายงานและคดีความเกี่ยวกับผลข้างเคียง โดยเฉพาะข้อกังวลเรื่องข้ออักเสบ

หน่วยงานสาธารณสุขสหรัฐฯ ทบทวนข้อมูลในปี 2002 และไม่พบหลักฐานยืนยันความเสี่ยงด้านความปลอดภัยตามข้อกังวลดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ผู้ผลิตยุติการจำหน่ายในปีเดียวกัน โดยระบุว่าเป็นผลจากความต้องการที่ไม่เพียงพอ ประวัติของวัคซีนนี้สะท้อนว่า การมีวัคซีนที่ใช้ได้ผลไม่ได้หมายความว่าจะถูกนำไปใช้อย่างแพร่หลายเสมอไป เพราะการยอมรับของประชาชน การสื่อสารความเสี่ยง และความคุ้มค่าก็มีความสำคัญเช่นกัน

วัคซีนรุ่นใหม่กำลังมุ่งเป้าไปที่ส่วนใดของเชื้อ

วัคซีนผู้สมัครที่ก้าวหน้าไปมากที่สุดในรายงานคือ PF-07307405 ของ Pfizer และ Valneva วัคซีนนี้มุ่งเป้าไปที่ OspA ซึ่งเป็นโปรตีนบนผิวของแบคทีเรีย Borrelia burgdorferi และออกแบบให้กระตุ้นแอนติบอดีต่อ OspA หลายรูปแบบที่พบในสหรัฐฯ และยุโรป

แนวคิดสำคัญคือ แอนติบอดีจากคนจะถูกเห็บดูดเข้าไปขณะเห็บกัด จากนั้นแอนติบอดีจะจับกับแบคทีเรียภายในตัวเห็บและอาจขัดขวางไม่ให้เชื้อเคลื่อนออกมาแพร่สู่คน กลไกนี้แตกต่างจากวัคซีนบางชนิดที่มุ่งกำจัดเชื้อหลังเชื้อเข้าสู่ร่างกายแล้ว

ในการทดลองระยะที่ 3 ซึ่งมีผู้เข้าร่วมมากกว่า 9,400 คน สูตรวัคซีน 4 เข็มมีรายงานว่าป้องกันโรค Lyme ได้มากกว่า 70% แต่ผลการทดลองยังไม่เด็ดขาดเท่าที่คาด เนื่องจากมีผู้ป่วยเกิดขึ้นน้อยกว่าที่ทีมวิจัยประเมินไว้ รายงานดังกล่าวระบุว่าไม่พบสัญญาณความปลอดภัยสำคัญ และบริษัทมีแผนยื่นข้อมูลต่อหน่วยงานกำกับดูแลสหรัฐฯ แต่การมีแผนยื่นขออนุมัติไม่ได้หมายความว่าวัคซีนได้รับอนุญาตแล้ว

นอกจากวัคซีน ยังมีวิธีป้องกันแบบใดอีก

Moderna กำลังทดสอบวัคซีนโรค Lyme ที่มุ่งเป้า OspA เช่นกัน โดยอยู่ในการทดลองระยะที่ 2 ส่วนทีมวิจัยจาก Yale กำลังศึกษาวัคซีนที่กระตุ้นภูมิคุ้มกันให้ตอบสนองต่อน้ำลายของเห็บ แนวทางหลังนี้ยังไม่ได้ทดลองในมนุษย์ตามข้อมูลที่รายงาน

อีกแนวทางคือการฉีดแอนติบอดีสำเร็จรูป แทนการรอให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันเอง ผลิตภัณฑ์ที่ชื่อ TNX-4800 ผ่านการทดลองระยะที่ 1 แล้ว และบริษัทผู้ได้รับสิทธิ์พัฒนาระบุว่ามีแผนเข้าสู่การทดลองระยะที่ 2 แต่ยังต้องมีข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับประสิทธิผลและความปลอดภัยก่อนจะสรุปว่าใช้ป้องกันโรคได้มากน้อยเพียงใด

ขณะเดียวกัน TP-05 เป็นยารับประทานที่ออกแบบให้รบกวนระบบประสาทของเห็บและฆ่าเห็บอย่างรวดเร็ว แนวคิดนี้ต่อยอดจากยากำจัดเห็บในสัตว์เลี้ยง และอาจมีศักยภาพต่อโรคที่แพร่โดยเห็บมากกว่าหนึ่งชนิด แต่ยาอยู่ระหว่างการทดลองในมนุษย์ จึงยังไม่ควรถือเป็นทางเลือกที่มีให้ใช้ทั่วไป

ระหว่างรอความคืบหน้า ควรลดโอกาสถูกเห็บกัดอย่างไร

การป้องกันพื้นฐานยังเป็นมาตรการสำคัญ ได้แก่ หลีกเลี่ยงหญ้าสูงและพื้นที่รกเมื่อทำได้ สวมเสื้อผ้าที่ช่วยปกปิดผิวหนัง ใช้ผลิตภัณฑ์ไล่แมลงตามฉลาก และตรวจดูเห็บตามร่างกาย เสื้อผ้า และสัตว์เลี้ยงหลังกลับจากพื้นที่เสี่ยง การอาบน้ำหลังกลับเข้าบ้านก็อาจช่วยให้พบเห็บได้เร็วขึ้น

หากพบเห็บเกาะผิวหนัง ควรนำออกอย่างระมัดระวังและติดตามอาการผิดปกติ เช่น ไข้ ผื่น หรืออาการคล้ายไข้หวัด โดยเฉพาะหลังเดินทางหรือทำกิจกรรมในพื้นที่ที่มีโรค Lyme การป้องกันและการรักษาที่เหมาะสมควรปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์ เพราะความเสี่ยงและแนวทางดูแลแตกต่างกันตามพื้นที่ ชนิดของเห็บ และอาการของแต่ละคน

วัคซีนจะพร้อมใช้เมื่อไร

ยังตอบไม่ได้อย่างแน่ชัดว่าเมื่อใดวัคซีนหรือยาป้องกันโรค Lyme รุ่นใหม่จะพร้อมใช้ การทดลองระยะที่ 2 และ 3 ยังต้องประเมินทั้งประสิทธิผลในสถานการณ์จริง ความปลอดภัย ตารางการให้ยา และประโยชน์เมื่อเทียบกับความเสี่ยง นอกจากนี้ หน่วยงานกำกับดูแลแต่ละประเทศจะเป็นผู้พิจารณาข้อมูลก่อนอนุมัติ

ดังนั้น ข่าวความคืบหน้าในงานวิจัยควรตีความว่าเป็นสัญญาณของทางเลือกที่กำลังพัฒนา ไม่ใช่การยืนยันว่ามีวัคซีนหรือยาชนิดใหม่ให้ประชาชนเข้าถึงได้แล้วในขณะนี้

สิ่งที่ควรรู้

เหมาะสำหรับผู้อ่านทั่วไปที่ต้องการเข้าใจโรค Lyme ความคืบหน้าวัคซีน และวิธีลดความเสี่ยงจากเห็บ โดยไม่ใช่คำแนะนำเพื่อวินิจฉัยหรือรักษาโรคเฉพาะบุคคล

แหล่งข้อมูล

  • BBC — แหล่งข้อมูลต้นทาง

Leave a Reply