นักวิทยาศาสตร์เตือน คลิปอินฟลูเอนเซอร์เข้าใกล้ฉลามอาจเพิ่มความเสี่ยงถูกกัด

BBC รายงานกรณี Tayane Dalazen นักกฎหมายและบุคลิกบนโซเชียลมีเดียชาวบราซิลถูกฉลามพยาบาลกัดที่ขาระหว่างทริปดำน้ำ พร้อมสะท้อนความกังวลของนักวิทยาศาสตร์ต่อคลิปที่ผู้คนเข้าใกล้ สัมผัส หรือขี่ฉลามเพื่อถ่ายภาพ อย่างไรก็ตาม หลายข้อกล่าวอ้างในรายงานยังต้องตรวจสอบกับข้อมูลและหน่วยงานต้นทางเพิ่มเติม

นักวิทยาศาสตร์เตือน คลิปอินฟลูเอนเซอร์เข้าใกล้ฉลามอาจเพิ่มความเสี่ยงถูกกัด
ภาพประกอบข่าว · SkyFoxNews

ประเด็นสำคัญ

  • Tayane Dalazen กล่าวว่าเธอถูกฉลามพยาบาลยาวกว่า 2 เมตรกัดที่ต้นขาระหว่างทริปดำน้ำชายฝั่งบราซิลในเดือนเมษายน โดยได้รับบาดแผลฉีกขาด
  • นักวิทยาศาสตร์ที่ BBC สัมภาษณ์แสดงความกังวลว่าคลิปเข้าใกล้หรือสัมผัสฉลามอาจทำให้ผู้ชมประเมินความเสี่ยงต่ำกว่าความเป็นจริง
  • Ocean Ramsey ปฏิเสธว่าการเข้าใกล้หรือสัมผัสฉลามของเธอสร้างอันตราย และยืนยันว่าจุดประสงค์คือการให้ความรู้และการอนุรักษ์
  • ข้อมูลเกี่ยวกับจำนวนเหตุฉลามกัด แนวโน้มการเพิ่มขึ้น และเหตุเสียชีวิตที่กล่าวถึงในรายงานยังไม่มีรายละเอียดเพียงพอสำหรับการยืนยันโดยอิสระ

เหตุการณ์ที่ชายฝั่งบราซิล

ตามรายงานของ BBC Tayane Dalazen วัย 37 ปี จากเซาเปาลู กล่าวว่าเธอถูกฉลามพยาบาลกัดที่ต้นขาระหว่างทริปดำน้ำบริเวณชายฝั่งบราซิลในเดือนเมษายน ฉลามมีความยาวมากกว่า 7 ฟุต หรือราว 2 เมตร และกัดขาของเธอไว้ใต้น้ำหลายวินาทีก่อนปล่อยตัวออกไป

Dalazen ระบุว่าเธอมีบาดแผลฉีกขาดที่ต้นขา และเผยแพร่ภาพเหตุการณ์ทางออนไลน์ ซึ่ง BBC ระบุว่ามียอดเข้าชมหลายสิบล้านครั้ง เธอบอกด้วยว่าไม่ได้สัมผัสหรือยั่วยุฉลาม แต่ยอมรับว่าตัวเองอยู่ใกล้สัตว์มากเกินไป

ข้อกล่าวหาของ Dalazen ที่ว่าผู้จัดทริปให้อาหารฉลามเพื่อดึงดูดให้เข้ามาใกล้นักท่องเที่ยว เป็นคำกล่าวอ้างจากเธอและยังไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ได้รับการยืนยันในข้อมูลที่มีอยู่

ผู้เชี่ยวชาญกังวลคลิปถ่ายกับฉลาม

Kristian Parton นักวิทยาศาสตร์ด้านฉลามและผู้จัดรายการ YouTube ชื่อ Shark Bytes กล่าวว่า เขาพบคลิปที่ผู้คนเข้าใกล้ สัมผัส หรือขี่ฉลามบ่อยขึ้น โดยเตือนว่าแนวโน้มดังกล่าวอาจนำไปสู่เหตุรุนแรงในอนาคต

BBC ยังรายงานโดยอ้างตัวแทนของ International Shark Attack File ว่า ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา พบการเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนของเหตุคนถูกฉลามกัดขณะพยายามถ่ายภาพกับฉลาม อย่างไรก็ตาม รายงานที่ส่งมาไม่ได้ระบุข้อมูลดิบ วิธีคำนวณ หรือช่วงเวลาเปรียบเทียบอย่างละเอียด จึงควรถือเป็นข้อสังเกตที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม

รายงานกล่าวถึงเหตุอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นในเดือนกรกฎาคม เดือนธันวาคม และเดือนกุมภาพันธ์ของปีก่อน แต่ไม่ได้ให้วันที่และรายละเอียดสถานที่ครบถ้วน ทำให้ยังไม่สามารถสรุปความเชื่อมโยงหรือยืนยันจำนวนเหตุการณ์ทั้งหมดได้

ความเสี่ยงโดยรวมยังอยู่ในระดับต่ำ แต่การเข้าใกล้เพิ่มอันตราย

BBC ระบุว่าเหตุฉลามกัดมนุษย์เกิดขึ้นไม่บ่อย และจำนวนการโจมตีโดยไม่มีการยั่วยุทั่วโลกอยู่ที่ประมาณ 70 ครั้งต่อปีโดยเฉลี่ยในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวในต้นฉบับใช้คำว่า attacks และ bites สลับกัน และไม่มีการระบุฐานข้อมูลหรือช่วงปีที่ใช้คำนวณอย่างชัดเจน

Parton อธิบายว่า ฉลามอาจกัดในลักษณะป้องกันตัวหรือสำรวจเมื่อมนุษย์เข้าไปอยู่ในพื้นที่ส่วนตัวของมัน ขณะที่รายงานยังอ้างถึงงานศึกษาล่าสุดเกี่ยวกับกิจกรรมว่ายน้ำกับสัตว์ป่า ซึ่งพบว่าอินฟลูเอนเซอร์และช่างภาพมีแนวโน้มไม่ปฏิบัติตามคำแนะนำด้านความปลอดภัยมากที่สุด

อย่างไรก็ตาม รายงานไม่ได้ระบุชื่อผู้วิจัย ชื่องาน วารสาร กลุ่มตัวอย่าง หรือวันที่เผยแพร่ของการศึกษาดังกล่าว จึงยังประเมินขอบเขตและความน่าเชื่อถือของผลลัพธ์ได้ไม่เต็มที่

ข้อกังวลต่อผลกระทบที่มีต่อฉลาม

รายงานอ้างงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ว่า การเข้าใกล้หรือสัมผัสฉลามอาจทำให้ระดับฮอร์โมนกลูโคคอร์ติคอยด์เพิ่มขึ้น และเชื่อมโยงกับผลกระทบ เช่น ภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง อัตราการตายเพิ่มขึ้น หรือการแท้งของลูก แต่ต้นฉบับไม่ได้ระบุรายละเอียดงานวิจัยที่ใช้สนับสนุนข้อสรุปดังกล่าว

Parton กล่าวว่า การรบกวนฉลามในแหล่งอนุบาล แหล่งผสมพันธุ์ หรือพื้นที่หาอาหาร อาจทำให้สัตว์สูญเสียพื้นที่สำคัญต่อการดำรงชีวิต ขณะที่ Dr Jack Cooper ผู้เชี่ยวชาญด้านฉลามวิจารณ์ว่าการสัมผัสหรือขี่ฉลามไม่ได้ช่วยการอนุรักษ์โดยตรง หากไม่มีข้อมูลวิทยาศาสตร์หรือนโยบายที่ช่วยลดการประมงเกินขนาดและเพิ่มการคุ้มครองสัตว์

Ocean Ramsey ปฏิเสธว่าคอนเทนต์ของเธอเป็นการรบกวน

Ocean Ramsey ครีเอเตอร์ด้านฉลามวัย 38 ปี ให้สัมภาษณ์กับ BBC จากฮาวาย ซึ่งเธอดำเนินธุรกิจทัวร์ดำน้ำกับฉลามชื่อ Dive with Ocean เธอกล่าวว่าจุดประสงค์ของเนื้อหาคือการสร้างความตระหนักเพื่อคุ้มครองฉลาม พร้อมระบุว่าเธอทำงานด้านบทความวิจัยและการเก็บข้อมูล

Ramsey ปฏิเสธว่าการเข้าใกล้หรือสัมผัสฉลามทำให้เกิดอันตราย และกล่าวว่าโดยทั่วไปเธอสังเกตพฤติกรรมจากระยะห่าง โดยฉลามเป็นฝ่ายเข้ามาหาก่อน เธอยังเห็นว่าผู้ชมควรมีความรับผิดชอบในการทำความเข้าใจว่าเนื้อหาที่เผยแพร่ไม่ได้หมายความว่าควรทำตามโดยไม่มีความรู้หรือการควบคุมดูแล

ส่วน Eric Clua นักชีววิทยาทางทะเลจาก École Pratique des Hautes Études ในปารีส มองว่าข้อความลักษณะ “เข้าไปสัมผัสฉลามแล้วไม่เกิดอะไรขึ้น” อาจทำให้ผู้คนมองฉลามว่าอันตรายน้อยลง และเพิ่มโอกาสเกิดเหตุจากการเข้าใกล้เกินไป นี่เป็นความเห็นของผู้เชี่ยวชาญ ไม่ใช่ข้อสรุปที่ยืนยันเหตุและผลสำหรับทุกกรณี

ข้อมูลยังต้องตรวจสอบก่อนสรุปว่าเหตุเพิ่มขึ้น

รายงานของ BBC ระบุว่า TripAdvisor มีประสบการณ์ท่องเที่ยวเกี่ยวกับฉลามในมัลดีฟส์มากกว่า 140 รายการ โดยบางรายการใช้คำโฆษณาเกี่ยวกับการถ่ายเซลฟีกับฉลาม แต่จำนวนบนแพลตฟอร์มเชิงพาณิชย์เปลี่ยนแปลงได้ และต้นฉบับไม่ได้ระบุวันที่ตรวจสอบหรือเกณฑ์การนับ

นอกจากนี้ ข้อกล่าวอ้างเรื่องอินฟลูเอนเซอร์อย่างน้อย 3 คนถูกฉลามกัดภายในเวลาไม่ถึง 1 ปี รวมถึงเหตุคนในแคริบเบียนถูกกัดมือทั้งสองข้างและเหตุผู้ดำน้ำตื้นในอิสราเอลเสียชีวิต ยังขาดวันเกิดเหตุ สถานที่เฉพาะ รายงานทางการ หรือแหล่งข่าวอิสระในข้อมูลที่ได้รับ จึงควรใช้ความระมัดระวังในการนำไปสรุปเป็นแนวโน้มระดับโลก

ประเด็นที่เห็นพ้องกันได้จากข้อมูลคือ การถ่ายภาพไม่ควรเป็นเหตุผลให้ผู้คนเข้าใกล้หรือสัมผัสสัตว์ป่าโดยประเมินความเสี่ยงต่ำเกินไป ขณะที่ข้อสรุปเรื่องจำนวนเหตุและผลกระทบต่อประชากรฉลามยังจำเป็นต้องอาศัยงานวิจัยและข้อมูลทางการที่ตรวจสอบได้

สิ่งที่ควรรู้

ผู้อ่านข่าววิทยาศาสตร์ สิ่งแวดล้อม การท่องเที่ยวเชิงผจญภัย และผู้ใช้โซเชียลมีเดียที่สนใจความปลอดภัยในการชมสัตว์ป่า

แหล่งข้อมูล

  • BBC — แหล่งข้อมูลต้นทาง

Leave a Reply