ศาลสูงอิตาลีล้มข้อจำกัด “minor issue” เปิดทางทายาทชาวอิตาลีขอสัญชาติอีกครั้ง

CNN รายงานว่า ศาลสูงสุดอิตาลีมีคำวินิจฉัยยกเลิกข้อจำกัดที่เรียกว่า “minor issue” ซึ่งเคยปิดกั้นการขอสัญชาติอิตาลีโดยสายเลือดของทายาทจำนวนมาก โดยเฉพาะในทวีปอเมริกา อย่างไรก็ตาม กฎหมายปฏิรูปในปี 2025 ยังมีข้อจำกัดอื่นที่อาจทำให้บางครอบครัวไม่สามารถใช้สิทธิได้ทันที

ศาลสูงอิตาลีล้มข้อจำกัด “minor issue” เปิดทางทายาทชาวอิตาลีขอสัญชาติอีกครั้ง
ภาพประกอบข่าว · SkyFoxNews

ประเด็นสำคัญ

  • ศาลสูงสุดอิตาลี หรือ Corte di Cassazione กลับคำวินิจฉัยเกี่ยวกับข้อจำกัด “minor issue” ตามรายงานของ CNN
  • คดีของ Gustavo Monasterios ชาวเวเนซุเอลาวัย 47 ปี เป็นหนึ่งในคดีสำคัญที่นำไปสู่คำวินิจฉัยดังกล่าว
  • ข้อจำกัดนี้เกี่ยวข้องกับกรณีบรรพบุรุษชาวอิตาลีแปลงสัญชาติในประเทศใหม่ ขณะที่บุตรยังเป็นผู้เยาว์
  • กฎหมายปี 2025 จำกัดการขอสัญชาติโดยสายเลือดไว้ที่ไม่เกินสองรุ่น และมีเงื่อนไขเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานะการถือสัญชาติของบรรพบุรุษ
  • คำวินิจฉัยอาจช่วยเปิดทางให้คดีที่ถูกปฏิเสธกลับมาพิจารณาใหม่ แต่ผลต่อแต่ละกรณียังขึ้นอยู่กับกระบวนการศาลและข้อกำหนดทางกฎหมาย

คดีของ Gustavo Monasterios จุดเปลี่ยนสำคัญ

ตามรายงานของ CNN เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2026 Gustavo Monasterios ตื่นขึ้นในวันจันทร์พร้อมสถานะเป็นพลเมืองอิตาลีเพิ่มเติมจากสัญชาติเวเนซุเอลา หลังศาลสูงสุดอิตาลีรับข้อโต้แย้งของ Monica Restanio ทนายความของเขา และกลับคำวินิจฉัยก่อนหน้าเกี่ยวกับ “minor issue”

Monasterios วัย 47 ปี เคยแพ้คดีขอสัญชาติในปี 2021 และแพ้การอุทธรณ์ในปี 2023 ก่อนยื่นเรื่องต่อ Corte di Cassazione โดยคณะ Sezioni Unite ซึ่งเป็นองค์คณะระดับสูงสุดของศาลดังกล่าว ยอมรับข้อโต้แย้งและล้มแนวทางที่ศาลชั้นล่างของ Cassazione เคยรับรองไว้เมื่อปี 2024

“minor issue” คืออะไร

ข้อจำกัดดังกล่าวถูกนำมาใช้กับกรณีที่บรรพบุรุษชาวอิตาลีแปลงสัญชาติในประเทศที่ตนย้ายไปอยู่ ขณะที่บุตรยังไม่บรรลุนิติภาวะ ทำให้บุตรและทายาทรุ่นต่อมาอาจถูกตีความว่าไม่ได้รักษาสัญชาติอิตาลีไว้

ประเด็นนี้กระทบผู้สืบเชื้อสายชาวอิตาลีในสหรัฐฯ แคนาดา อาร์เจนตินา บราซิล และเวเนซุเอลาเป็นพิเศษ เนื่องจากประเทศเหล่านี้ให้ความสำคัญกับหลักสัญชาติตามถิ่นกำเนิด หรือ ius soli ขณะที่อิตาลีมีช่องทางขอสัญชาติตามสายเลือด หรือ iure sanguinis

CNN ระบุว่า แนวทางดังกล่าวเริ่มถูกใช้โดยผู้พิพากษาบางรายในปี 2019 ได้รับการรับรองโดยองค์คณะระดับล่างของศาลสูงสุดในปี 2023 และถูกนำไปใช้ในคดีต่าง ๆ ทั่วประเทศ ก่อนรัฐบาลจะออกหนังสือเวียนถึงสถานกงสุลในเดือนตุลาคม 2024

ครอบครัวผู้อพยพกล่าวว่ากฎทำให้สมาชิกถูกแบ่งแยก

ครอบครัว Monasterios อ้างว่าสายตระกูลของพวกเขายังคงผูกพันกับอิตาลี Rina Laveder ผู้เป็นยายของ Gustavo ย้ายจากแคว้น Veneto ไปเวเนซุเอลา และแปลงสัญชาติในปี 1956 ขณะที่ Gustavo ผู้เป็นบิดาของ Monasterios เกิดในปี 1944 ตอนที่มารดาของเขายังเป็นพลเมืองอิตาลี

คดีของครอบครัวถูกยื่นในปี 2018 แต่ถูกปฏิเสธเมื่อเข้าสู่การพิจารณาในปี 2021 หลัง “minor issue” ถูกนำมาใช้ แม้สมาชิกบางคนในครอบครัวจะเคยได้รับการรับรองสัญชาติอิตาลีมาก่อนก็ตาม

CNN ยังรายงานกรณีของ Joseph Spinelle ชาวอเมริกันเชื้อสายอิตาลี ซึ่งย้ายจากรัฐ Arkansas ไปเมือง Lecce ในแคว้น Puglia กับภรรยาในต้นปี 2024 และได้รับการรับรองสัญชาติอิตาลีในเดือนมิถุนายนปีเดียวกัน แต่ญาติของเขาถูกขัดขวางจากการยื่นขอสัญชาติภายหลังการเปลี่ยนแปลงแนวทางดังกล่าว

กฎหมายปี 2025 ยังอาจจำกัดสิทธิของทายาทบางกลุ่ม

แม้ศาลสูงสุดจะยกเลิก “minor issue” แต่ CNN ระบุว่า กฎหมายเดือนมีนาคม 2025 จำกัดการขอสัญชาติอิตาลีโดยสายเลือดไว้ที่ไม่เกินสองรุ่น ส่งผลให้พี่น้องบางคนของ Spinelle อาจยังไม่เข้าเกณฑ์

ต่อมาในเดือนพฤษภาคม 2025 มีการเพิ่มเงื่อนไขว่า บรรพบุรุษชาวอิตาลีต้องเสียชีวิตในสถานะที่ถือสัญชาติอิตาลีเพียงสัญชาติเดียว ซึ่ง CNN อธิบายว่าเป็นข้อกำหนดที่ทำให้การถือสองสัญชาติของผู้สืบเชื้อสายจากต่างประเทศถูกจำกัดอย่างมาก

ดังนั้น คำวินิจฉัยของศาลจึงไม่ได้หมายความว่าทายาททุกคนจะได้รับสัญชาติอิตาลีโดยอัตโนมัติ การพิจารณายังคงขึ้นอยู่กับลำดับเครือญาติ ประวัติการแปลงสัญชาติ และกฎหมายที่ใช้กับแต่ละคดี

ผู้ยื่นคำร้องคาดหวังให้คดีเดิมกลับมาพิจารณา

Cheryl Ossola ชาวอเมริกันวัย 70 ปี ซึ่งอาศัยอยู่ในเมือง Perugia ตั้งแต่ปี 2018 เคยถูกปฏิเสธคำร้องในปี 2019 และแพ้การอุทธรณ์ในปี 2024 คดีของเธอมีกำหนดพิจารณาโดย Cassazione ในเดือนตุลาคม 2026 แต่ถูกระงับไว้

Ossola เชื่อว่าหลังคำวินิจฉัยของ Sezioni Unite คดีอาจถูกส่งกลับไปยังศาลอุทธรณ์ในกรุงโรม และการยกเลิก “minor issue” อาจช่วยให้เธอและบุตรมีโอกาสได้รับสัญชาติ อย่างไรก็ตาม รายงานไม่ได้ระบุว่าศาลมีคำสั่งรับรองสิทธิของเธอแล้ว

ส่วน Mitchell Bowden ชาวออสเตรเลียวัย 36 ปี หวังใช้สิทธิขอสัญชาติเพื่อเป็นเกียรติแก่ Marisa Carpenetti ผู้เป็นยาย ซึ่งเกิดในปี 1938 ใน Istria พื้นที่ที่ปัจจุบันอยู่ในโครเอเชีย แต่ขณะนั้นอยู่ภายใต้การยึดครองของอิตาลี แผนการยื่นคำร้องของครอบครัวเขาเคยถูกพักไว้เพราะ “minor issue”

คำวินิจฉัยอาจสร้างความหวังให้ชุมชนพลัดถิ่น

CNN รายงานว่า การต่อสู้ทางกฎหมายของ Monasterios และครอบครัวอื่น ๆ สร้างความหวังให้ผู้สืบเชื้อสายชาวอิตาลีจำนวนมากที่ไม่สามารถรับภาระค่าใช้จ่ายและระยะเวลาในการดำเนินคดีจนถึงศาลสูงสุดได้

อย่างไรก็ดี ขอบเขตผลของคำวินิจฉัย รวมถึงวิธีที่ศาลและหน่วยงานกงสุลจะนำไปใช้กับคดีที่ถูกปฏิเสธไปแล้ว ยังต้องติดตามจากคำสั่งและแนวปฏิบัติอย่างเป็นทางการของอิตาลีต่อไป

สิ่งที่ควรรู้

ผู้สนใจข่าวต่างประเทศ นโยบายสัญชาติอิตาลี และการขอสัญชาติอิตาลีโดยสายเลือด

แหล่งข้อมูล

  • CNN — แหล่งข้อมูลต้นทาง

Leave a Reply