Unitree Robotics บริษัทหุ่นยนต์จากจีนเปิดตัวในตลาดหุ้น Shanghai Star Market เมื่อวันพุธ โดยราคาหุ้นพุ่งขึ้นมากกว่า 600% ในช่วงต้นการซื้อขาย ตามรายงานของ BBC การเข้าจดทะเบียนครั้งนี้ถูกจับตาในฐานะบททดสอบความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่ออุตสาหกรรมหุ่นยนต์มนุษย์ (humanoid robot) และความทะเยอทะยานของจีนในการแข่งขันด้าน AI กับสหรัฐฯ

ประเด็นสำคัญ
- หุ้น Unitree เปิดที่ 1,100 หยวน ก่อนลดลงมาเคลื่อนไหวราว 900 หยวน ตามข้อมูลที่ BBC รายงาน
- Unitree หรือ Yushu Technology Co Ltd ก่อตั้งในปี 2016 และรายงานว่าจัดส่งหุ่นยนต์มนุษย์มากกว่า 5,500 ตัวในปี 2025
- บริษัทมีกำไรสุทธิ 278 ล้านหยวนในปี 2025 ซึ่งทำให้เป็นหนึ่งในบริษัทไม่กี่รายในอุตสาหกรรมที่ทำกำไรได้ ตาม BBC
- ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าหุ่นยนต์สำหรับใช้งานในบ้านยังต้องพัฒนาเรื่องแบตเตอรี่ ความเป็นส่วนตัว และความน่าเชื่อถือ
หุ้นเปิดแรง ท่ามกลางความคาดหวังต่ออุตสาหกรรมหุ่นยนต์
BBC รายงานว่า Unitree Robotics ผู้ผลิตหุ่นยนต์จากจีนเริ่มซื้อขายใน Shanghai Star Market เมื่อวันพุธ และราคาหุ้นพุ่งขึ้นมากกว่า 600% ในช่วงต้นตลาด หุ้นเปิดที่ 1,100 หยวน หรือประมาณ 120.60 ปอนด์และ 163.12 ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนลดลงมาเคลื่อนไหวที่ราว 900 หยวน
การจดทะเบียนในตลาดที่มุ่งเน้นบริษัทเทคโนโลยี ซึ่งมักถูกเปรียบว่าเป็น Nasdaq ของจีน ถือเป็นเหตุการณ์สำคัญของ Unitree และเป็นโอกาสให้นักลงทุนทั่วไปเข้าถึงบริษัทที่พัฒนาหุ่นยนต์มนุษย์โดยตรง อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวเป็นข้อมูลจากรายงาน BBC และยังไม่มีการยืนยันจากแหล่งข้อมูลอิสระในชุดข้อมูลนี้
Unitree ขยายธุรกิจจากหุ่นยนต์สี่ขาสู่หุ่นยนต์มนุษย์
Unitree มีชื่อทางการว่า Yushu Technology Co Ltd ก่อตั้งในปี 2016 และมีสำนักงานใหญ่ในเมืองหางโจว ทางตะวันออกของจีน บริษัทพัฒนาผลิตภัณฑ์ตั้งแต่เซนเซอร์ แขนกล หุ่นยนต์สี่ขา ไปจนถึงหุ่นยนต์รูปร่างคล้ายมนุษย์
ตามข้อมูลที่ BBC อ้าง Unitree จัดส่งหุ่นยนต์มนุษย์มากกว่า 5,500 ตัวในปี 2025 และมีกำไรสุทธิ 278 ล้านหยวนในปีเดียวกัน บริษัทเริ่มจำหน่ายหุ่นยนต์มนุษย์ในปี 2023 ขณะที่รุ่น G1 ซึ่งมีขนาดใกล้เคียงเด็กและราคา 13,500 ดอลลาร์สหรัฐ วางตลาดในปีถัดมา
ราคาถูกกว่าคู่แข่ง ช่วยสร้างจุดเด่นให้ผู้ผลิตจีน
จุดแข็งที่ถูกพูดถึงคือราคาผลิตภัณฑ์ที่ต่ำกว่าคู่แข่งจากสหรัฐฯ โดย BBC ระบุว่า หุ่นยนต์สุนัขของ Unitree มีราคาเริ่มต้น 2,700 ดอลลาร์สหรัฐ เทียบกับ Spot ของ Boston Dynamics ที่มีราคาประมาณ 70,000 ดอลลาร์สหรัฐ
Harold Soh นักวิจัยจาก National University of Singapore ให้ความเห็นตามรายงานว่า หุ่นยนต์ทั้งสองกลุ่มอาจไม่สามารถเปรียบเทียบกันได้โดยตรง เพราะหุ่นยนต์ของ Unitree บางรุ่นมีขนาดเล็กกว่า แต่ส่วนต่างด้านราคายังคงมีนัยสำคัญ
Unitree ยังได้รับความสนใจจากการแสดงหุ่นยนต์ G1 ทำท่าศิลปะการต่อสู้ในรายการถ่ายทอดสดช่วงเทศกาลตรุษจีนของจีนเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ และการเข้าร่วมงาน 2026 World Humanoid Robot Games ที่กรุงปักกิ่ง ซึ่งมีการแข่งขันทั้งการวิ่ง ฟุตบอล เปิดกล่อง และคัดแยกหนังสือในห้องสมุด
การเข้าตลาดหุ้นสะท้อนยุทธศาสตร์เทคโนโลยีของจีน
BBC ระบุว่า การเข้าจดทะเบียนของ Unitree เป็นครั้งแรกของผู้ผลิตหุ่นยนต์มนุษย์ในจีนแผ่นดินใหญ่ แม้ก่อนหน้านี้ UBTech Robotics ซึ่งเป็นคู่แข่งรายเล็กกว่าจะเข้าตลาดหุ้นฮ่องกงแล้ว
รัฐบาลจีนมองอุตสาหกรรมหุ่นยนต์เป็นหนึ่งในภาคส่วนยุทธศาสตร์ ขณะที่การลงทุนจากภาครัฐช่วยหนุนการขยายตัวของกลุ่มบริษัทหุ่นยนต์ในประเทศ โดย China Daily ซึ่งเป็นสื่อของรัฐจีนระบุว่า จำนวนบริษัทหุ่นยนต์จีนเพิ่มขึ้นมากกว่าสามเท่าระหว่างปี 2020-2024
นักวิเคราะห์ที่ BBC อ้างมองว่าการเปิดซื้อขายของ Unitree อาจเป็นตัวชี้วัดความต้องการของนักลงทุนต่อหุ่นยนต์มนุษย์ และอาจกลายเป็นเกณฑ์อ้างอิงให้บริษัทอื่น เช่น Leju Robotics และ AgiBot ที่คาดว่าจะพิจารณาการเข้าตลาดหุ้นในช่วงหลายเดือนข้างหน้า
การแข่งขันสหรัฐฯ-จีนยังขยายจาก AI สู่หุ่นยนต์
การเติบโตของ Unitree เกิดขึ้นในช่วงที่สหรัฐฯ และจีนแข่งขันกันในเทคโนโลยีเชิงยุทธศาสตร์ ทั้งหุ่นยนต์และ AI ที่ใช้ควบคุมหรือเพิ่มความสามารถให้เครื่องจักร
BBC รายงานว่า ฝ่ายบริหารของประธานาธิบดี Donald Trump ระบุเมื่อเดือนกรกฎาคมว่าจะห้ามหุ่นยนต์มนุษย์และหุ่นยนต์สี่ขาที่ผลิตในจีนรุ่นใหม่เข้าสู่สหรัฐฯ ด้วยเหตุผลด้านความมั่นคงแห่งชาติและการปกป้องภาคการผลิต ขณะที่จีนปฏิเสธข้อกล่าวหาและกล่าวหาสหรัฐฯ ว่าทำให้ประเด็นการค้าเป็นเรื่องการเมือง
นอกจาก Unitree แล้ว Tesla, Amazon และ Boston Dynamics ยังประกาศแผนพัฒนาหรือใช้งานหุ่นยนต์มนุษย์ โดย Boston Dynamics ระบุว่าจะนำเครื่องจักรรูปแบบดังกล่าวไปใช้ในโรงงานของ Hyundai ภายในสองปี ส่วน Tesla ประกาศแผนใช้โรงงานในแคลิฟอร์เนียที่เคยผลิตรถยนต์ Model S และ Model X เพื่อผลิตหุ่นยนต์ Optimus
ความท้าทายยังอยู่ที่การใช้งานจริงนอกโรงงาน
แม้ราคาหุ้น Unitree จะตอบรับอย่างร้อนแรง แต่ผู้เชี่ยวชาญยังเตือนว่าอุตสาหกรรมนี้ไม่ควรถูกประเมินจากกระแสความสนใจเพียงอย่างเดียว
Harold Soh ระบุว่าหุ่นยนต์สำหรับใช้งานในบ้านอาจต้องใช้เวลาอีกหลายปีกว่าจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยผู้พัฒนายังต้องแก้ปัญหาอายุการใช้งานแบตเตอรี่ การคุ้มครองความเป็นส่วนตัว และความน่าเชื่อถือของระบบ
ในระยะแรก ตลาดที่มีความเป็นไปได้มากกว่าอาจเป็นโรงงาน โรงพยาบาล และสถานประกอบการเชิงพาณิชย์ ขณะที่การใช้งานในบ้านยังมีข้อจำกัดทั้งด้านต้นทุน ความปลอดภัย และความสามารถในการรับมือกับสภาพแวดล้อมที่ไม่แน่นอน
สิ่งที่ควรรู้
ผู้อ่านข่าวเทคโนโลยี นักลงทุนที่ติดตาม IPO และผู้สนใจการแข่งขันด้านหุ่นยนต์และ AI ระหว่างจีนกับสหรัฐฯ
แหล่งข้อมูล
- BBC — แหล่งข้อมูลต้นทาง



