รายงานของ CNN ระบุว่า อัฟกานิสถานกำลังเผชิญวิกฤตสิทธิมนุษยชนและมนุษยธรรมรุนแรง หลังตาลีบันกลับมาครองอำนาจได้ 5 ปี ขณะที่ความช่วยเหลือระหว่างประเทศลดลงและผู้หญิงกับเด็กเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด อย่างไรก็ตาม ข้อมูลในบทความนี้ยังไม่ได้รับการยืนยันจากระบบตรวจสอบอิสระ

ประเด็นสำคัญ
- CNN รายงานว่า ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมที่อัฟกานิสถานต้องการครอบคลุมประชากรราว 45% ลดลงอย่างมากนับตั้งแต่ตาลีบันกลับสู่อำนาจ
- เด็กหญิงอัฟกานิสถานราว 2.4 ล้านคนถูกกีดกันจากการศึกษา ตามตัวเลขที่ CNN อ้างจาก UNESCO
- มาตรการจำกัดสิทธิสตรีครอบคลุมการศึกษา การทำงาน การเดินทาง และการแต่งกาย ขณะที่องค์กรสิทธิมนุษยชนเตือนถึงความเสี่ยงของการแต่งงานในวัยเด็ก
- Save the Children ระบุว่า เด็กอัฟกานิสถาน 1 ใน 10 คนอยู่ในภาวะทุพโภชนาการเฉียบพลัน และ UNICEF คาดว่ามีเด็กมากกว่า 11 ล้านคนต้องการความช่วยเหลือในปีนี้
- การปลูกฝิ่นลดลงราว 95% หลังตาลีบันสั่งห้ามในปี 2022 แต่การหายไปของรายได้จากพืชผลสร้างแรงกดดันต่อครัวเรือนชนบทและอาจเปิดทางให้ยาเสพติดสังเคราะห์ขยายตัว
ห้าปีหลังการถอนกำลังสหรัฐฯ วิกฤตยังไม่คลี่คลาย
CNN รายงานเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2026 ว่า นับจากการถอนกำลังสหรัฐฯ ออกจากกรุงคาบูลและการกลับมาครองอำนาจของตาลีบัน อัฟกานิสถานกลายเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่เผชิญวิกฤตสิทธิมนุษยชนและมนุษยธรรมรุนแรงที่สุดของโลก
รายงานระบุว่า สหรัฐฯ ใช้งบประมาณราว 2.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐตลอดสงคราม 20 ปี แต่ความสนใจจากนานาชาติต่ออัฟกานิสถานลดลง ขณะที่ประเทศยังต้องรับมือกับความยากจน ความหิวโหย โรคที่ป้องกันได้ และวิกฤตจากภัยธรรมชาติ
CNN อ้างว่า ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมซึ่งจำเป็นต่อประชากรราว 45% ลดลงอย่างมากนับตั้งแต่ตาลีบันกลับมาปกครอง โดยสหรัฐฯ ซึ่งเคยเป็นผู้ให้ความช่วยเหลือรายใหญ่ที่สุด ไม่ได้อยู่ในกลุ่มผู้บริจาค 5 อันดับแรกอีกต่อไป
สิทธิสตรีถูกจำกัด ตั้งแต่โรงเรียนถึงพื้นที่สาธารณะ
หนึ่งในประเด็นสำคัญของรายงานคือการจำกัดสิทธิผู้หญิงและเด็กหญิง โดย CNN ระบุว่า อัฟกานิสถานเป็นประเทศเดียวในโลกที่เด็กหญิงถูกห้ามเรียนต่อหลังจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 UNESCO ประเมินว่า มีเด็กหญิงราว 2.4 ล้านคนที่ไม่สามารถเข้าเรียนได้
ผู้หญิงยังถูกห้ามทำงานในหลายอาชีพ ต้องปกปิดใบหน้าในที่สาธารณะ และไม่สามารถเดินทางไกลได้หากไม่มีผู้ติดตามชาย ตามข้อมูลที่ CNN นำเสนอ UN Women ระบุว่า ผู้หญิงอัฟกานิสถานครึ่งหนึ่งออกจากบ้านเพียงเดือนละ 1-2 ครั้ง และ 7 ใน 10 คนประเมินว่าสุขภาพจิตของตนเองอยู่ในระดับ “แย่” หรือ “แย่มาก”
CNN ยังรายงานถึงกฤษฎีกาที่ออกในเดือนมีนาคม ซึ่งองค์กรสิทธิมนุษยชนระบุว่าอาจเปิดช่องให้เกิดความรุนแรงในครอบครัวและทำให้การยุติชีวิตสมรสของผู้หญิงทำได้ยากขึ้น ขณะที่การยกเลิกอายุขั้นต่ำสำหรับการแต่งงานถูกเตือนว่าอาจทำให้การแต่งงานในวัยเด็กได้รับการรับรองทางกฎหมาย ข้อกล่าวหาและการประเมินเหล่านี้ควรตรวจสอบกับเอกสารทางกฎหมายและแหล่งข้อมูลอิสระเพิ่มเติม
เด็กและองค์กรช่วยเหลือเผชิญผลกระทบจากงบประมาณที่ลดลง
การลดความช่วยเหลือเกิดขึ้นพร้อมกับวิกฤตอาหาร CNN อ้างรายงานของ Save the Children ว่า เด็กอัฟกานิสถาน 1 ใน 10 คนอยู่ในภาวะทุพโภชนาการเฉียบพลัน และภาวะผอมแห้งรุนแรงซึ่งเป็นรูปแบบทุพโภชนาการที่อันตรายถึงชีวิตกำลังเพิ่มขึ้น
UNICEF คาดว่า เด็กมากกว่า 11 ล้านคนจะต้องการความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมในปี 2026 ขณะที่สถานพยาบาลเกือบ 600 แห่งปิดให้บริการจากการขาดเงินทุน ตามข้อมูลที่ CNN อ้าง นอกจากนี้ รายงานยังระบุว่า เงินทุนด้านมนุษยธรรมโดยรวมของอัฟกานิสถานลดลงเกือบ 70% เมื่อเทียบกับปี 2022
UN Women ประเมินว่า ผู้หญิงและเด็กหญิงมากกว่า 10.7 ล้านคนพึ่งพาความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และมากกว่าครึ่งหนึ่งขององค์กรที่ผู้หญิงเป็นผู้นำซึ่งถูกสำรวจโดยหน่วยงานดังกล่าวคาดว่าอาจต้องปิดหรือระงับการดำเนินงานภายในหนึ่งปี
เศรษฐกิจอ่อนแอ แม้การปลูกฝิ่นลดลงอย่างมาก
ก่อนปี 2021 เงินช่วยเหลือจากต่างประเทศเป็นแหล่งเงินทุนราวสามในสี่ของรายจ่ายภาครัฐอัฟกานิสถาน แต่เงินดังกล่าวหายไปเป็นส่วนใหญ่ และเงินสำรองของธนาคารกลางมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ยังถูกสหรัฐฯ และพันธมิตรอายัดไว้ โดยเชื่อมโยงกับประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนและการปกครองของตาลีบัน
ในอีกด้านหนึ่ง CNN ระบุว่า การปลูกฝิ่นลดลงประมาณ 95% หลังตาลีบันประกาศห้ามในปี 2022 โดย UNODC และผู้เชี่ยวชาญบางส่วนมองว่าเป็นหนึ่งในการลดลงของการผลิตยาเสพติดผิดกฎหมายที่รวดเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์สมัยใหม่
อย่างไรก็ตาม การห้ามดังกล่าวทำลายแหล่งรายได้สำคัญของครัวเรือนชนบท โดยยังไม่มีอาชีพทดแทนเพียงพอ และสหประชาชาติเตือนว่า การลักลอบผลิตและค้ายาสังเคราะห์ เช่น เมทแอมเฟตามีน อาจกลายเป็นปัญหาใหม่
ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและความเสี่ยงด้านความมั่นคง
CNN รายงานว่า อัฟกานิสถานภายใต้ตาลีบันยังไม่กลายเป็นรัฐล้มเหลวเต็มรูปแบบตามที่นักวิเคราะห์บางส่วนเคยกังวล และยังไม่กลายเป็นแหล่งก่อการร้ายขนาดใหญ่ตามความหวาดกลัวในปี 2021 แต่สถาบันรัฐที่อ่อนแอและความยากจนที่รุนแรงขึ้นทำให้บางพื้นที่ยังมีปัญหาความไร้กฎหมาย
กลุ่ม ISIS-K และ al-Qaeda ยังคงเคลื่อนไหวอยู่ ตามรายงานดังกล่าว ขณะเดียวกัน รัสเซียรับรองรัฐบาลตาลีบันอย่างเป็นทางการในปี 2025 ส่วนจีนแต่งตั้งเอกอัครราชทูตประจำรัฐบาลตาลีบันในเดือนธันวาคม 2023 และขยายความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ โดยบริษัทจีนเข้าไปมีบทบาทในภาคน้ำมัน ทองแดง และลิเทียม
ภาพรวมจาก CNN คือ การกลับมาของตาลีบันไม่ได้ทำให้ปัญหาที่เกิดขึ้นในช่วงสงคราม 20 ปีสิ้นสุดลง แต่เปลี่ยนรูปแบบของวิกฤตไปสู่การกีดกันทางสังคม เศรษฐกิจที่พึ่งพาความช่วยเหลือ และข้อจำกัดต่อผู้หญิงกับเด็กหญิง ข้อสรุปดังกล่าวยังควรพิจารณาร่วมกับข้อมูลล่าสุดจากสหประชาชาติและหน่วยงานด้านสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้อง
สิ่งที่ควรรู้
ผู้อ่านที่ติดตามการเมืองโลก สิทธิมนุษยชน วิกฤตผู้ลี้ภัย และสถานการณ์อัฟกานิสถานหลังการกลับมาของตาลีบัน
แหล่งข้อมูล
- CNN — แหล่งข้อมูลต้นทาง



