รายงานที่เผยแพร่โดยสื่อในเครือ CNN และอ้างอิงดัชนี Global Liveability Index 2026 ของ Economist Intelligence Unit (EIU) ระบุว่า โคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก ครองอันดับเมืองน่าอยู่ที่สุดในโลกเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน ขณะที่เมลเบิร์นขยับขึ้นอันดับ 3 และนิวยอร์กขึ้นมาอยู่ที่อันดับ 66

ประเด็นสำคัญ
- EIU จัดอันดับเมือง 173 แห่งจาก 5 ด้าน ได้แก่ เสถียรภาพ การดูแลสุขภาพ วัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม การศึกษา และโครงสร้างพื้นฐาน
- โคเปนเฮเกนได้คะแนนเต็มในด้านเสถียรภาพ การศึกษา และโครงสร้างพื้นฐาน ตามข้อมูลที่สื่อรายงาน
- 5 อันดับแรก ได้แก่ โคเปนเฮเกน เวียนนา เมลเบิร์น ซิดนีย์ และซูริก
- แวนคูเวอร์อยู่อันดับ 9 และเป็นเมืองเดียวในอเมริกาเหนือที่ติด 10 อันดับแรก
- ดามัสกัสยังอยู่ท้ายสุดของการจัดอันดับ ขณะที่เตหะรานอยู่อันดับ 164 และเคียฟอยู่อันดับ 166
- ข้อมูลดังกล่าวยังไม่ได้รับการตรวจสอบจากแหล่งต้นทางโดยอิสระ และวันเผยแพร่วิดีโอ CNN ที่ระบุคือ 28 สิงหาคม 2026 แตกต่างจากรายงานข้อความที่เผยแพร่ช่วงวันที่ 6-9 กรกฎาคม 2026
โคเปนเฮเกนรักษาแชมป์เมืองน่าอยู่
ข้อมูลที่สื่อในเครือ CNN และสื่อพันธมิตรนำเสนอ โดยอ้างอิง EIU ระบุว่า โคเปนเฮเกน เมืองหลวงของเดนมาร์ก ได้อันดับ 1 ใน Global Liveability Index 2026 และครองตำแหน่งต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 รายงานระบุว่าเมืองนี้ได้คะแนนเต็มในหมวดเสถียรภาพ การศึกษา และโครงสร้างพื้นฐาน ขณะที่ด้านวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม รวมถึงบริการสาธารณะ ถูกระบุว่าเป็นปัจจัยสนับสนุนอันดับดังกล่าว
เมลเบิร์นขยับขึ้น ซิดนีย์ติดอันดับ 4
5 อันดับแรกของดัชนีตามข้อมูลที่ได้รับ ได้แก่ 1. โคเปนเฮเกน 2. เวียนนา 3. เมลเบิร์น 4. ซิดนีย์ และ 5. ซูริก โดยเมลเบิร์นขยับจากอันดับ 4 ขึ้นมาเป็นอันดับ 3 ส่วนซิดนีย์เลื่อนจากอันดับ 6 มาอยู่ที่อันดับ 4 ขณะที่ซูริกตกลง 3 อันดับ หลังจากเคยครองอันดับ 2 ร่วมกับเวียนนาในฉบับก่อนหน้า โตเกียวเข้าสู่ 10 อันดับแรกที่อันดับ 10
เมืองในอเมริกาเหนือและสหรัฐฯ
แวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา อยู่ที่อันดับ 9 และเป็นเมืองเดียวในอเมริกาเหนือที่ติด 10 อันดับแรก ด้านโฮโนลูลูยังเป็นเมืองที่ได้อันดับสูงสุดของสหรัฐฯ ที่อันดับ 25 แม้จะลดลง 2 อันดับจากปีก่อน ส่วนนิวยอร์กขยับขึ้น 3 อันดับมาอยู่ที่อันดับ 66 โดยรายงานอ้างคำอธิบายของ EIU ว่าเกี่ยวข้องกับคะแนนด้านเสถียรภาพที่ดีขึ้น ซึ่งเชื่อมโยงกับอัตราอาชญากรรมที่ลดลงและการรับรู้ความเสี่ยงจากการก่อการร้ายที่ลดลง อย่างไรก็ตาม ข้อความดังกล่าวเป็นคำอธิบายเชิงสาเหตุที่มาจากรายงาน ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่มีการตรวจสอบเพิ่มเติมในข้อมูลชุดนี้
ผลกระทบต่อเมืองในภูมิภาคอ่าว
รายงานระบุว่าเมืองในภูมิภาคอ่าวหลายแห่งมีคะแนนด้านเสถียรภาพลดลง โดยเชื่อมโยงกับสงครามอิหร่าน เมืองมัสกัตลดลง 14 อันดับมาอยู่ที่ 123 ขณะที่คูเวตซิตีลดลง 12 อันดับมาอยู่ที่ 105 ทั้งนี้ แหล่งข้อมูลที่ได้รับไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับช่วงเวลาของความขัดแย้งหรือกลไกที่ทำให้คะแนนเปลี่ยนแปลง จึงควรถือเป็นข้อกล่าวอ้างตามรายงาน EIU ที่ยังต้องตรวจสอบกับเอกสารต้นฉบับ
ยุโรปตะวันตกยังมีค่าเฉลี่ยสูงสุด
ยุโรปตะวันตกยังเป็นภูมิภาคที่มีคะแนนเฉลี่ยสูงสุดที่ 91.7 แม้ลดลงเล็กน้อยจากปีก่อน ขณะที่ค่าเฉลี่ยของเอเชียเพิ่มขึ้น 0.3 จุดมาอยู่ที่ 73.9 โดยรายงานระบุว่าปัจจัยสำคัญมาจากคะแนนด้านการดูแลสุขภาพที่ดีขึ้น โดยเฉพาะในเมืองของจีน ค่าเฉลี่ยทั่วโลกยังไม่เปลี่ยนแปลง เนื่องจากคะแนนเสถียรภาพที่ลดลงในตะวันออกกลางหักล้างกับการเพิ่มขึ้นของคะแนนสุขภาพในเอเชีย
ดามัสกัสรั้งท้ายการจัดอันดับ
ดามัสกัสยังเป็นเมืองอันดับสุดท้ายจากทั้งหมด 173 เมืองตามข้อมูลที่เผยแพร่ ขณะที่เตหะรานอยู่ที่อันดับ 164 และเคียฟอยู่ที่อันดับ 166 ตัวเลขเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของสรุปการจัดอันดับที่อ้างอิงจากรายงานสื่อและเอกสาร EIU ซึ่งยังไม่ได้รับการยืนยันโดยอิสระในการตรวจสอบครั้งนี้
ข้อควรรู้เกี่ยวกับแหล่งข้อมูล
ข้อมูลชุดนี้ระบุ URL ของ CNN Travel ลงวันที่ 28 สิงหาคม 2026 แต่รายงานข้อความที่มีเนื้อหาสอดคล้องกันเผยแพร่ในวันที่ 6 กรกฎาคม 2026 และมีการเผยแพร่ผ่านสื่อในเครือหรือพันธมิตรในวันที่ 7 และ 9 กรกฎาคม 2026 ความแตกต่างของวันเผยแพร่อาจเกี่ยวข้องกับการนำเสนอวิดีโอหรือการเผยแพร่ซ้ำ แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้จากวิดีโอต้นฉบับ เนื้อหาเกี่ยวกับอันดับ คะแนนเฉลี่ย และเหตุผลประกอบจึงควรอ่านในฐานะข้อมูลเบื้องต้นตามแหล่งที่ระบุ
สิ่งที่ควรรู้
ผู้อ่านที่ติดตามข่าวต่างประเทศ เมืองน่าอยู่ การจัดอันดับคุณภาพชีวิต และแนวโน้มการพัฒนาเมืองทั่วโลก
แหล่งข้อมูล
- CNN Travel / matching CNN Newsource report; Economist Intelligence Unit corroboration — แหล่งข้อมูลต้นทาง
- www.eiu.com — แหล่งตรวจสอบเพิ่มเติม
- www.economistgroup.com — แหล่งตรวจสอบเพิ่มเติม
- krdo.com — แหล่งตรวจสอบเพิ่มเติม



