CNN ชี้สงครามอิหร่านกดดันตลาดพันธบัตรสหรัฐฯ ต้นทุนเงินทั่วโลกเสี่ยงพุ่ง

CNN Business รายงานว่า ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้น และหนี้รัฐบาลสหรัฐฯ ราว 40 ล้านล้านดอลลาร์ กำลังเพิ่มแรงกดดันต่อตลาดพันธบัตรและต้นทุนการกู้ยืมทั่วโลก อย่างไรก็ตาม ข้อมูลและเหตุการณ์สำคัญในรายงานยังไม่สามารถตรวจสอบยืนยันจากแหล่งภายนอกได้ในการจัดทำข่าวนี้

CNN ชี้สงครามอิหร่านกดดันตลาดพันธบัตรสหรัฐฯ ต้นทุนเงินทั่วโลกเสี่ยงพุ่ง
ภาพประกอบข่าว · SkyFoxNews

ประเด็นสำคัญ

  • CNN ระบุว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปีแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 3 ปีเมื่อวันพุธที่ 2 กันยายน 2026 แต่ตัวเลขดังกล่าวยังต้องตรวจสอบกับข้อมูลตลาดร่วมสมัย
  • รายงานเชื่อมโยงแรงกดดันต่อตลาดพันธบัตรกับสงคราม ราคาน้ำมัน และความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ รวมถึงภาระหนี้รัฐบาลสหรัฐฯ
  • CNN อ้างข้อมูลกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ว่า รัฐบาลจ่ายดอกเบี้ยสุทธิ 931,000 ล้านดอลลาร์ในปีงบประมาณนี้ เทียบกับงบกลาโหม 804,000 ล้านดอลลาร์
  • Peterson Foundation ประเมินว่า ดอกเบี้ยสุทธิของสหรัฐฯ ในช่วง 10 ปีข้างหน้าอาจเกิน 16 ล้านล้านดอลลาร์ แต่ตัวเลขดังกล่าวขึ้นอยู่กับนิยาม ช่วงเวลา และสมมติฐานอัตราดอกเบี้ย
  • คำกล่าวอ้างเรื่องสงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน การดำรงตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ ของ Kevin Warsh และเหตุการณ์ในตลาดพลังงานยังไม่ได้รับการยืนยันโดยอิสระ

ตลาดพันธบัตรเผชิญแรงกดดันจากหลายปัจจัย

CNN Business รายงานเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2026 ว่า ตลาดพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ กำลังเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยที่เกิดขึ้นพร้อมกัน ทั้งความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ราคาพลังงานที่สูงขึ้น ความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ และภาระหนี้รัฐบาลสหรัฐฯ ซึ่งรายงานระบุว่าอยู่ที่ประมาณ 40 ล้านล้านดอลลาร์

รายงานระบุว่า อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ซึ่งสะท้อนต้นทุนการกู้ยืมของรัฐบาล ขยับขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบเกือบ 3 ปี อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์และตัวเลขดังกล่าวยังไม่สามารถตรวจสอบยืนยันจากแหล่งข้อมูลตลาดหรือหน่วยงานทางการได้ในการจัดทำข่าวนี้

พลังงานและสงครามเพิ่มความกังวลเงินเฟ้อ

ตามรายงานของ CNN ความขัดแย้งที่เริ่มขึ้นหลังประธานาธิบดี Donald Trump สั่งโจมตีอิหร่านในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ ถูกคาดหมายในระยะแรกว่าจะยืดเยื้อเพียงไม่กี่สัปดาห์ แต่รายงานอ้างว่าสงครามดำเนินมานานกว่า 6 เดือน และกระทบการขนส่งพลังงานจากภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย

CNN ยังอ้างข้อมูลจาก AAA ว่า เดือนสิงหาคมที่ผ่านมาเป็นเดือนสิงหาคมที่ราคาน้ำมันเบนซินในสหรัฐฯ แพงที่สุดเป็นประวัติการณ์ และราคาดีเซลเพิ่มขึ้น 51% นับตั้งแต่สงครามเริ่มต้น รวมถึงระบุว่าการขนส่งน้ำมันทางเรือและการลดการนำเข้าน้ำมันของจีนช่วยจำกัดผลกระทบบางส่วน

ข้อกล่าวอ้างเกี่ยวกับสงคราม การเคลื่อนย้ายเรือบรรทุกน้ำมัน ราคาพลังงาน และการนำเข้าของจีนยังต้องได้รับการตรวจสอบเพิ่มเติมจากแหล่งข้อมูลอิสระ เนื่องจากเป็นข้อมูลที่มีความอ่อนไหวและเปลี่ยนแปลงตามเวลา

ผลกระทบลามถึงผู้บริโภค ธุรกิจ และหุ้นเทคโนโลยี

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่สูงขึ้นมักทำให้ต้นทุนสินเชื่อบ้าน เงินกู้ธุรกิจ และการลงทุนของภาคเอกชนเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกัน พันธบัตรรัฐบาลที่ให้ผลตอบแทนสูงขึ้นอาจดึงดูดเงินลงทุนจากสินทรัพย์เสี่ยง เช่น หุ้นเทคโนโลยีที่มีมูลค่าสูง

CNN อ้าง Hardika Singh นักกลยุทธ์เศรษฐกิจจาก Fundstrat ว่า ตลาดกำลังเผชิญความไม่แน่นอนจากเงินเฟ้อ สงคราม และการขาดดุลในระยะใกล้ ส่วน Art Hogan หัวหน้านักกลยุทธ์ตลาดของ B.

Riley Wealth Management มองว่า ตลาดพันธบัตรอาจคลายความกังวลได้ หากมีแนวทางที่น่าเชื่อถือในการยุติสงคราม

รายงานยังระบุว่า การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI ของบริษัทเทคโนโลยี ซึ่งรวมถึงการสร้างศูนย์ข้อมูลและการระดมทุนผ่านตลาดตราสารหนี้ อาจเพิ่มการแข่งขันกับรัฐบาลสหรัฐฯ ในการเข้าถึงเงินทุน แต่ประเด็นเรื่องการ “เบียดบัง” การกู้ยืมของรัฐบาลเป็นการวิเคราะห์ ไม่ใช่ข้อสรุปที่ยืนยันได้จากข้อมูลที่ให้มา

ดอกเบี้ยหนี้สหรัฐฯ เพิ่มภาระการคลัง

CNN อ้างข้อมูลกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ว่า รัฐบาลใช้จ่ายดอกเบี้ยสุทธิไปแล้ว 931,000 ล้านดอลลาร์ในปีงบประมาณปัจจุบัน มากกว่างบประมาณด้านกลาโหมที่ระบุไว้ 804,000 ล้านดอลลาร์

ด้าน Peter G.

Peterson Foundation ซึ่งเป็นองค์กรติดตามปัญหาการคลัง ประเมินว่า การใช้จ่ายดอกเบี้ยสุทธิของสหรัฐฯ ในช่วง 10 ปีข้างหน้าอาจสูงกว่า 16 ล้านล้านดอลลาร์ โดยระบุว่าตัวเลขอาจเพิ่มขึ้นหากอัตราดอกเบี้ยสูงขึ้น

ตัวเลขเหล่านี้จำเป็นต้องตรวจสอบนิยามและช่วงเวลาที่ใช้คำนวณเพิ่มเติม โดยเฉพาะความแตกต่างระหว่างหนี้รวมกับหนี้สุทธิ การนับปีงบประมาณ และการประเมินดอกเบี้ยในอนาคต

มาตรการ Treasury buyback ถูกตั้งคำถาม

รายงานระบุว่า Scott Bessent รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ประกาศแผนเพิ่มการซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาล หรือ Treasury buybacks อย่างน้อย 2 เท่า หลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรปรับตัวสูงขึ้น โดย CNN บรรยายว่ามาตรการดังกล่าวช่วยตลาดได้เพียงไม่กี่ชั่วโมง ก่อนการขายพันธบัตรกลับมาอีกครั้ง

Singh จาก Fundstrat วิจารณ์ว่ามาตรการอาจส่งสัญญาณว่ารัฐบาลกังวลต่อสถานการณ์ ขณะที่ David Kelly หัวหน้านักกลยุทธ์ระดับโลกของ JPMorgan Asset Management กล่าวว่า การซื้อคืนพันธบัตรไม่ได้แก้ปัญหาเชิงโครงสร้างอย่างการขาดดุลและระดับหนี้

ทั้งนี้ Treasury buyback เป็นเครื่องมือบริหารจัดการหนี้ การประเมินว่าเป็น “การแทรกแซงตลาด” และการสรุปผลเชิงสาเหตุของมาตรการดังกล่าวจำเป็นต้องอาศัยเอกสารจากกระทรวงการคลังและข้อมูลตลาดประกอบ

สถานะ Fed และข้อมูลตลาดยังต้องยืนยัน

CNN รายงานว่า นักลงทุนอาจคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ จะพิจารณาขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมช่วงปลายเดือนกันยายน 2026 และอ้างถึง Kevin Warsh ในฐานะประธาน Fed ที่เปิดกว้างต่อการดำเนินการดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม สถานะของ Warsh ตลอดจนคำพูดและท่าทีที่รายงานอ้างถึง ยังไม่ได้รับการยืนยันจากแหล่งข้อมูลทางการของ Fed ในการจัดทำข่าวนี้ เช่นเดียวกับตัวเลขอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลเยอรมนี สหราชอาณาจักร และญี่ปุ่นที่รายงานว่าแตะระดับสูงในรอบหลายปี

ดังนั้น ประเด็นสงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน การเคลื่อนไหวของ Fed และสถิติตลาดพันธบัตรทั้งหมดควรถูกมองเป็นข้อกล่าวอ้างตามรายงานของ CNN จนกว่าจะมีการยืนยันจากหน่วยงานทางการหรือแหล่งข้อมูลอิสระที่น่าเชื่อถือ

สิ่งที่ควรรู้

เหมาะสำหรับนักลงทุน ผู้ประกอบการ และผู้อ่านที่ติดตามเศรษฐกิจสหรัฐฯ ตลาดพันธบัตร อัตราดอกเบี้ย และผลกระทบของความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ต่อธุรกิจ

แหล่งข้อมูล

  • CNN — แหล่งข้อมูลต้นทาง

Leave a Reply