จีนเร่งใช้หุ่นยนต์ในโรงงาน ท่ามกลางคำถามใหญ่ต่ออนาคตแรงงาน

รายงานของ BBC ระบุว่า จีนกำลังขยายการใช้หุ่นยนต์อุตสาหกรรมและพัฒนา AI อย่างรวดเร็ว ตั้งแต่สายการผลิตรถยนต์ไปจนถึงสถาบันฝึกช่างเทคนิค แต่ผลกระทบต่อการจ้างงานและความถูกต้องของตัวเลขสำคัญหลายรายการยังต้องตรวจสอบเพิ่มเติม

จีนเร่งใช้หุ่นยนต์ในโรงงาน ท่ามกลางคำถามใหญ่ต่ออนาคตแรงงาน
ภาพประกอบข่าว · SkyFoxNews

ประเด็นสำคัญ

  • BBC รายงานว่า จีนมีหุ่นยนต์ทำงานในโรงงานมากกว่า 2 ล้านตัว และกำลังเพิ่มการใช้งานอย่างต่อเนื่อง แต่แหล่งข้อมูลต้นทางไม่ได้ระบุคำจำกัดความของตัวเลขดังกล่าวอย่างละเอียด
  • โรงงานจีนกำลังใช้หุ่นยนต์ในงานเชื่อม พ่นสี ยก ประกอบ และตรวจสอบ ขณะที่บางบริษัทอ้างว่ากระบวนการบางส่วนทำงานแบบอัตโนมัติเกือบทั้งหมด
  • บริษัท CRP Technology ระบุว่าแขนกลของบริษัทสามารถตั้งโปรแกรมให้ทำงานซ้ำ ๆ ได้มากกว่า 90% แต่ยังไม่มีการยืนยันโดยหน่วยงานอิสระในข้อมูลที่ให้มา
  • การเร่งระบบอัตโนมัติเกิดขึ้นพร้อมกับสังคมสูงวัยและจำนวนประชากรที่ลดลง ขณะเดียวกันยังมีความกังวลเรื่องการสูญเสียงานในภาคการผลิต
  • ผู้เชี่ยวชาญที่ BBC อ้างถึงมองว่า จีนมีข้อได้เปรียบด้านห่วงโซ่อุปทานและฐานการผลิต ส่วนสหรัฐฯ ยังมีจุดแข็งด้าน AI หรือ “สมอง” ของหุ่นยนต์

จากหุ่นยนต์คล้ายมนุษย์ สู่การปฏิวัติในโรงงาน

รายงาน BBC เผยแพร่เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2026 ระบุว่า ความเคลื่อนไหวด้านหุ่นยนต์ของจีนไม่ได้จำกัดอยู่ที่การสาธิตหุ่นยนต์คล้ายมนุษย์ในการแข่งขันกีฬา แต่ยังรวมถึงการติดตั้งเครื่องจักรในโรงงานและการฝึกอบรมแรงงานรุ่นใหม่อย่างเป็นระบบ

ในโรงงาน หุ่นยนต์ถูกนำไปใช้กับงานเชื่อม พ่นสี ยกชิ้นส่วน ประกอบ และทำงานต่อเนื่องเป็นเวลานาน ขณะที่สถานศึกษาอาชีวะกำลังสอนนักเรียนให้เขียนโค้ดและทำงานร่วมกับระบบ AI และหุ่นยนต์

ตัวเลขการใช้งานสูง แต่ขอบเขตยังไม่ชัดเจน

BBC อ้างว่า จีนมีหุ่นยนต์ทำงานในโรงงานมากกว่า 2 ล้านตัว ซึ่งเป็นจำนวนสูงกว่าประเทศอื่น อย่างไรก็ตาม ข้อมูลต้นทางไม่ได้ระบุชัดว่าตัวเลขนี้หมายถึงหุ่นยนต์อุตสาหกรรมที่ติดตั้งและใช้งานอยู่จริง หรือนับรวมเครื่องจักรประเภทอื่น รวมถึงไม่ได้ให้ปีฐานหรือเอกสารสถิติที่ใช้คำนวณ

รายงานยังระบุว่า หุ่นยนต์อุตสาหกรรมมากกว่าครึ่งหนึ่งของโลกผลิตในจีน แต่ข้ออ้างนี้อาจขึ้นอยู่กับนิยามว่าเป็นหุ่นยนต์ที่ผลิตโดยบริษัทจีน ผลิตในโรงงานจีน หรือเป็นหุ่นยนต์ที่ติดตั้งใช้งานในจีน จึงควรมีข้อมูลสนับสนุนเพิ่มเติมก่อนสรุปเป็นตัวเลขเปรียบเทียบระดับโลก

โรงงานรถยนต์เดินหน้าระบบอัตโนมัติ

ที่โรงงานของ Leapmotor ในเมืองหางโจว Cao Li รองประธานบริษัท กล่าวว่า สายการผลิตในขั้นตอนปั๊มขึ้นรูป เชื่อม และพ่นสี บางส่วนมีระบบอัตโนมัติ “เกือบ 100%” แต่ยังมีพนักงานหลายร้อยคนทำหน้าที่ตรวจสอบรถยนต์ในช่วงท้ายของสายการผลิต บริษัทระบุว่ามีพนักงานมากกว่า 25,000 คน

Cao กล่าวด้วยว่า เครื่องจักรสามารถทำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบเมื่อเทียบกับแรงงานมนุษย์ แต่หุ่นยนต์ยังต้องได้รับการบำรุงรักษาและตรวจสอบเป็นระยะ ข้อมูลดังกล่าวเป็นคำอธิบายจากบริษัทและยังไม่ได้รับการตรวจสอบโดยอิสระในแหล่งข้อมูลที่ให้มา

อีกตัวอย่างคือ CRP Technology ในเมืองเฉิงตู ซึ่งมีพนักงานราว 300 คนและผลิตแขนกลมาประมาณ 9 ปี บริษัทอ้างว่าแขนกลหนึ่งชุดสามารถตั้งโปรแกรมให้ทำงานซ้ำ ๆ ได้มากกว่า 90% ขณะที่วิศวกรของบริษัทกำลังพัฒนาหุ่นยนต์ต้นแบบที่อาจช่วยผลิตหุ่นยนต์รุ่นอื่นต่อไป

AI คือสนามแข่งขันอีกด้านหนึ่ง

Susanne Bieller เลขาธิการของ International Federation of Robotics ซึ่ง BBC อ้างคำกล่าว ระบุว่า จีนได้เปรียบจากฐานการผลิตและห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศ เพราะสามารถจัดหามอเตอร์ แบตเตอรี่ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เฟือง และเซนเซอร์ได้อย่างรวดเร็ว

Bieller ประเมินว่า จีนยังเด่นด้านการสร้าง “ร่างกาย” ของหุ่นยนต์ ขณะที่สหรัฐฯ ยังคงเป็นผู้นำด้าน “สมอง” ซึ่งหมายถึง AI สำหรับควบคุมและสั่งงานหุ่นยนต์ อย่างไรก็ตาม บริษัท AI จีน เช่น DeepSeek และ Moonshot กำลังเปิดตัวโมเดลที่ประกาศว่าสามารถแข่งขันกับบริษัทสหรัฐฯ ได้

รายงานระบุว่า การพัฒนาแบบโอเพนซอร์สและการแบ่งปันโค้ดในกลุ่มสตาร์ตอัปจีนอาจช่วยให้การไล่ตามเทคโนโลยีตะวันตกเกิดขึ้นเร็วกว่าที่คาด แต่ข้อสรุปเชิงเหตุผลนี้ยังไม่ใช่ข้อพิสูจน์ว่า จีนสามารถก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้าน AI ได้แล้ว

สังคมสูงวัยเพิ่มแรงผลักดันให้ระบบอัตโนมัติ

BBC รายงานโดยอ้างประมาณการทางการจีนว่า ภายในปี 2035 ประชากรมากกว่าหนึ่งในสามของประเทศจะมีอายุเกิน 60 ปี และบางประมาณการคาดว่า จีนอาจสูญเสียประชากรเกือบ 60 ล้านคนในช่วง 10 ปีข้างหน้า

ตัวเลขเหล่านี้มีความอ่อนไหวต่อปีฐาน นิยามอายุ และแบบจำลองประชากรที่ใช้ จึงยังควรตรวจสอบกับเอกสารทางการฉบับเต็ม ขณะเดียวกัน รายงานประเมินว่ามีคนทำงานในภาคการผลิตราว 120 ล้านคน หากระบบอัตโนมัติขยายตัวเร็วเกินไป ก็อาจกระทบแรงงานจำนวนมาก แม้ในอีกด้านหนึ่ง หุ่นยนต์อาจช่วยชดเชยการขาดแคลนแรงงานในอนาคต

การฝึกคนรุ่นใหม่ท่ามกลางความไม่แน่นอนเรื่องงาน

ที่ Hangzhou Technician Institute นักเรียนอายุตั้งแต่ 15 ปีสามารถเริ่มเรียนด้านเครื่องยนต์ อากาศยาน การเขียนโค้ด และหุ่นยนต์ได้ Chen Tianyu อาจารย์ของสถาบันกล่าวว่า นักเรียนมีความต้องการจากบริษัทและบางคนได้รับการจองตัวล่วงหน้า

อย่างไรก็ตาม BBC ระบุว่า จีนยังเผชิญอัตราการว่างงานของคนหนุ่มสาวในระดับสูง โดยรายงานใช้คำว่า “หนึ่งในห้า” แต่ไม่ได้ระบุเดือน กลุ่มอายุ หรือวิธีคำนวณ ตัวเลขนี้จึงไม่ควรถูกใช้เป็นข้อมูลปัจจุบันโดยไม่มีการตรวจสอบเพิ่มเติม

Chen กล่าวกับ BBC ว่า นักเรียนควรหาตำแหน่งของตนเองในกระแสเทคโนโลยี แต่ยอมรับว่าไม่อาจรู้แน่ชัดว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร เพราะเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

คำถามที่ยังไม่มีคำตอบ: หุ่นยนต์สร้างความมั่งคั่งหรือแทนที่คนงาน

การขยายระบบอัตโนมัติของจีนเกิดขึ้นท่ามกลางปัญหาเศรษฐกิจหลายด้าน ทั้งวิกฤตอสังหาริมทรัพย์ หนี้รัฐบาลท้องถิ่น และการบริโภคที่อ่อนแอ รายงานของ BBC จึงตั้งคำถามว่า การลงทุนในหุ่นยนต์จะช่วยเพิ่มผลิตภาพและรับมือกับสังคมสูงวัยได้มากเพียงใด

ผลต่อแรงงานยังไม่ใช่ข้อสรุปที่ยืนยันแล้ว การใช้หุ่นยนต์อาจลดความต้องการแรงงานในงานซ้ำ ๆ แต่ก็อาจสร้างตำแหน่งใหม่ด้านวิศวกรรม การบำรุงรักษา ซอฟต์แวร์ และการควบคุมระบบ ความเร็วของการเปลี่ยนผ่าน รวมถึงการฝึกทักษะและมาตรการรองรับแรงงาน จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อผลลัพธ์ในระยะยาว

สิ่งที่ควรรู้

ผู้อ่านข่าวโลก ผู้ติดตามเศรษฐกิจจีน เทคโนโลยี AI หุ่นยนต์ และผลกระทบของระบบอัตโนมัติต่อตลาดแรงงาน

แหล่งข้อมูล

  • BBC — แหล่งข้อมูลต้นทาง

Leave a Reply